QH - ซื้อ

QH - ซื้อ

รายได้และกำไรปี 57 มีแนวโน้มดีกว่าที่คาดการณ์

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

ปี 2557 รายได้ดีกว่าเป้าแต่ยอดจองต่ำกว่าเป้า : ผู้บริหารเปิดเผยว่ารายได้ในปี 2557 ทำได้ดีกว่าเป้าที่ระดับ 1.94 หมื่นล้านบาท ซึ่งดีกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่ระดับ 1.95 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าน่าจะทำได้ถึง 2 หมื่นล้านบาทเศษซึ่งส่งผลให้กำไรน่าจะดีกว่าคาดการณ์ที่ราว 3.6 พันล้านบาท เติบโต 8% อย่างไรก็ดี ยอดจองในปี 2557 ทำได้เพียง 1.93 หมื่นล้านบาทต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 2.14 หมื่นล้านบาทเนื่องจากยอดจองในส่วนของคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสสุดท้ายทำได้ต่ำกว่าคาด

แผนการดำเนินงานปี 2558 ตั้งเป้าเติบโตอย่างน้อย 20% : บริษัทได้เปิดตัวผู้บริหารใหม่ คือ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ด้านวิศวโยธาและแนวทางการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมและการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคที่จะช่วยหนุนธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการพัฒนาโครงการใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2558 รวม 30 โครงการมูลค่ารวม 3.3 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ทั้งในเรื่องจำนวนและมูลค่ารวมของโครงการ โดยจะเน้นเปิดโครงการแนวราบทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองต่างจังหวัด อาทิ นครปฐม ชลบุรี และระยอง เน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการซื้อบ้าน โดยตั้งเป้าเติบโตของยอดขายราว 20-25%

คาดการณ์กำไรปี 2558 เติบโตราว 14% จากประมาณการในปี 2557 : ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในปี 2558 อย่างน้อย 20% โดยมียอดขายรอโอน (backlog) ณ ปลายปี 2556 ใกล้เคียงกับปลาย 3Q57 ราว 7.8 พันล้านบาท โดยมีคอนโดมิเนียมที่มีกำหนดโอนรวม 7 โครงการสูงกว่าปี 2557 ที่มีเพียง 3 โครงการ ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 2558 ราว 4 พันล้านบาทตามเดิมซึ่งเติบโต 14% โดยมีปัจจัยหนุนจากคาดการณ์รายได้ปี 2558 ที่คาดว่าจะเติบโตราว 14% จากประมาณการในปี 2557 เป็น 2.22 หมื่นล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นของโครงการใหม่ และนโยบายของผู้บริหารในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 5.30 บาท: ปัจจัยพื้นฐานของ QH ยังดีจากการมีสินค้าที่หลากหลายสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม อีกทั้งยังมีสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากการถือหุ้น HMPRO (20%) และ LHBANK (22%) ซึ่งผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตดี นอกจากนี้ยังถือหุ้นในกองทุนรวม QHPF (26%) และ QHHR (31%) อีกด้วย ราคาเหมาะสมซึ่งอิงวิธี Prospect PER ที่ระดับ 12 เท่าอยู่ที่ 5.30 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ขณะที่คาดการณ์ yield ราว 4-5% ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจ ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”