เปิดขั้นตอน'กต.'ลุยเชิญทูตต่างชาติเข้าชี้แจง

เปิดขั้นตอน'กต.'ลุยเชิญทูตต่างชาติเข้าชี้แจง

เปิดขั้นตอน "ก.ต่างประเทศ" เชิญทูตต่างชาติเข้าชี้แจง ด้านอดีตทูตไทยจวก "ผช.รมต.สหรัฐ" ไร้มารยาท

จากกรณีที่กระทรวงกาตต่างประเทศได้เชิญอุปทูตประเทศสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เพื่อชี้แจงกรณีที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกาตต่างประเทศสหรัหรัฐอเมริกา ได้บรรยายพิเศษพาดพิงถึงสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยไปในทางลบเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลักการที่กระทรวงการต่างประเทศเชิญทูตต่างชาติเข้าพบ เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจนั้น ในทางการทูตแล้ว ไม่มีหลักเกณฑ์และระบุระดับความรุนแรงของการเชิญในแต่ละกรณีที่ชัดเจน ซึ่งสามารถอธิบายเป็นกรอบกว้างๆ เนื่องจากในแต่ละกรณีจะมีการปฏิบัติที่หลากหลาย และไม่มีความตายตัว โดยสามารถแบ่งออก 2 หลักการใหญ่ๆ ได้แก่

1) Invitation การเชิญทูตต่างชาติเข้าพบ เพื่อต้องการขอคำแนะนำ หรือขอความคิดเห็น หรือข้อมูลนำไปสู่เตรียมการการเยือน ประชุมต่างๆ เป็นไปในทางบวก

2) Summon การเชิญทูตต่างชาติเข้าพบ เพื่อต้องการแสดงความกังวล หรือแสดงความไม่พอใจ หรือแสดงการประท้วงต่อเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เป็นไปในทางลบ

ในช่วงรัฐบาล คสช. ทางกระทรวงการต่างประเทศได้เคยมีการเชิญเอกอัครราชทูตเข้าพบเพื่อชี้แจงในเหตุการณ์สำคัญๆ มาแล้ว อย่าง ในวันที่ 17 มิ.ย. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญนางอีท โซเฟีย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เข้าพบเพื่อหารือถึงนโยบายที่เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ภายหลังเกิดกรณีที่มีแรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากเดินทางกลับประเทศ เพราะเกรงกลัวว่า จะกวาดล้างอย่างรุนแรงภายหลังเกิดการรัฐประหารในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ที่กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาเชิญเอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศกัมพูชาไปพบ เพื่อยื่นหนังสือประท้วงเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในวันที่ 28 กันยายน 2557 อ้างว่า ทหารไทยยิงชาวบ้านกัมพูชาเสียชีวิต 2 คน ขณะตัดไม้บริเวณช่องอานม้า พร้อมแจ้งชื่อคนกัมพูชาที่เสียชีวิตด้วย

ส่วนเหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้นในวันที่ 29 กันยายน 2557 เป็นเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา เกิดขึ้นบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหารทางทิศตะวันออก ส่งผลให้มีทหารกัมพูชา 1 นายเสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านอดีตนักการทูตท่านหนึ่ง อธิบายถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่นายดอน ปรมัติวินัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญนายแพทริค เมอร์ฟี อุปทูตสหรัฐฯ เข้าพบพูดคุยต่อกรณีที่นายแดเนียล รัสเชล ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวปาฐกถาแสดงความคิดเห็นการเมืองของไทย ที่สถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นการเชิญเพื่อแสดงความห่วงกังวล ยังไม่ถึงกับการประท้วง (ภาษาตลาดๆ กึ่งการประท้วงเล็กๆ) โดยระบุว่า เท่าที่สอบถามข้อเท็จจริงทราบว่า ทางสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ขอให้ทางคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสาธารณะ (Public Forum) มีวัตถุประสงค์ก็เพื่อต้องการให้ความรู้กับเยาวชนและนักศึกษาไทย แต่กลับใช้เวทีดังกล่าว ผิดวัตถุประสงค์ที่วางไว้ตอนแรก ด้วยการใช้เวทีไปวิจารณ์การเมืองประเทศของไทย ตามหลักการแล้ว ทำให้เห็นว่า ก้าวก่ายกิจการภายในของประเทศ

"การที่เป็นผู้แทนรัฐมาวิพากษ์วิจารณ์อีกรัฐหนึ่งบนเวทีสาธารณะในประเทศของเค้า เป็นเรื่องผิดมารยาททางการทูตอย่างยิ่ง ถึงต้องนำไปสู่การเชิญทูตพูดคุยทำความเข้าใจกัน เพราะยังเชื่อว่า มาเพื่อเสริมสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน แต่สิ่งที่ออกมา กลับก้าวก่ายกิจการภายในของไทย เป็นเรื่องความเหมาะสม เท่ากับยิงปืนใส่หัวแม่เท้าตัวเอง" อดีตนักการทูตกล่าว

อดีตนักการทูตยังชี้ว่า แท้ที่จริงแล้ว การเชิญระดับอุปทูตสหรัฐฯ มาพบกับทางกระทรวง ซึ่งผู้ที่เชิญเป็นระดับอธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ ก็ได้ แต่ที่ต้องเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบอุปทูตสหรัฐฯ ด้วยตนเอง ก็เพื่อส่งเป็นสัญญาณ (Convey Message) โดยมีนัยทางการเมืองไปยังสหรัฐฯ