QH - ซื้อ

QH - ซื้อ

CEO คนใหม่เปิดบ้านบริษัท; ตั้งแผนธุรกิจปี 2558 เชิงรุก

ประเด็นการลงทุน

วานนี้ CEO คนใหม่ของ QH ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อนักลงทุนและนักวิเคราะห์ละแถลงสำหรับปี 2558 โดย ดร.ชัชชาติมีแผนสำคัญคือการสร้างกำไรให้เติบโตในระยะยาว ซึ่งเราคิดว่าต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และนักลงทุนต่างมีมุมมองเชิงบวกต่อความมุ่งมั่นของ CEO ในครั้งนี้ โดยเป้าหมายรายได้โครงการที่อยู่อาศัยปี 2558 ของ QH นั้นตรงตามประมาณการของเรา แต่สูงกว่าประมาณการตลาด 10% ขณะนี้หุ้นมีการซื้อขายในระดับค่อนข้างถูกด้วย PER ปี 2558 ที่ 8.6 เท่า (ค่าเฉลี่ยกลุ่มภายใต้คำแนะนำของเราอยู่ที่ 10.5 เท่า) ซึ่งถูกที่สุดเป็นอันดับสามเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอสังหาฯภายใต้การวิเคราะห์ของเรา (หลัง AP และ SIRI) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 คำนวณจากวิธี SOTP ที่ 4.80 บาท อ้างอิงจาก PER กลุ่มที่ 11 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2556 อยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และมูลค่าการลงทุนที่ 1.6 บาทต่อหุ้น

แผนธุรกิจเชิงรุกสำหรับปี 2558

QH ตั้งเป้ามูลค่าโครงการเปิดตัวใหม่ปี 2558 ที่อย่างต่ำ 33,000 ล้านบาท (30 โครงการ—คอนโด 53% และโครงการแนวราบ 47%; 82% ในพื้นที่กรุงเทพ และ 18% ในพื้นที่ต่างจังหวัด) โดยที่ดินทั้งหมดได้รับการประกันเป็นที่แน่นอนแล้ว นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเจรจาเข้าซื้อที่ดินอีกแปดแปลงสำหรับโครงการแนวราบ ดังนั้นมูลค่าโครงการเปิดตัวใหม่จึงมีแนวโน้มอัพไซด์ที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 40,000 ล้านบาทได้ โครงการระดับล่างถึงระดับกลางจะคิดเป็น 62% ของมูลค่าเปิดตัว และมีแผนเปิดตัวโครงการระดับไฮเอนด์เพียงแห่งเดียว ซึ่งคือโครงการคอนโด Q สุขุมวิท ซอย 6 (เปิดตัวในเดือนมี.ค. มูลค่าโครงการ 9.4 พันล้านบาท) QH ตั้งเป้ายอดจองซื้อที่ 24,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% (แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 75% และคอนโด 25%; 76% ในพื้นที่กรุงเทพ และ 24% ในพื้นที่ต่างจังหวัด)

เราคาดบริษัทจะสามารถบรรลุยอดจองซื้อคอนโดปี 2558 ที่ 6.7 พันล้านบาทได้ (เพิ่มขึ้น 59% YoY) อ้างอิงจากสมมติฐานอัตราจองซื้อเฉลี่ยที่เพียง 38% สำหรับคอนโดสิบแห่งด้วยมูลค่าโครงการเปิดตัว 18,000 ล้านบาท (ปี 2557 มูลค่าโครงการเปิดตัวอยู่ที่เพียง 8 พันล้านบาท) QH มองว่าอัตราจองซื้อสำหรับคอนโด Q สุขุมวิทจะอยู่ที่ 16% (มีราคาขายที่ 280,000-300,000 บาทต่อตารางเมตร) เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะสามารถบรรลุเป้ายอดจองซื้อโครงการทาวน์เฮ้าส์ที่ 5.6 พันล้านบาทได้จากฐานที่ต่ำในปี 2557 ซึ่งคิดเป็นเพียง 4.1 พันล้านบาท แต่โอกาสที่จะบรรลุเป้ายอดจองซื้อโครงการบ้านเดียวที่ 13,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 16% YoY นั้นดูค่อนข้างท้าทาย

เป้าหมายการเติบโตของรายได้สูงแต่น่าจะมีโอกาสบรรลุได้

QH แนะรายได้โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับปี 2557 ที่ 20,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY (สูงกว่าเป้าที่บริษัทตั้งไว้ที่ 19,400 ล้านบาทอยู่ 7%) และตั้งเป้ารายได้ปี 2558 ที่ 24,000 ล้ัานบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY สอดคล้องกับประมาณการของเรา ขณะนี้ QH มียอดจองซื้อคอนโดมูลค่า 5.5 พันล้านบาทที่รอโอนในปี 2558 ซึ่งประกันประมาณการรายได้โครงการที่อยู่อาศัยของเรา 23% โดยหกโครงการคอนโดมูลค่า 9.8 พันล้านบาทมีกำหนดเสร็จและเริ่มโอนในปี 2558 (แปรียบเทียบกับมูลค่าที่เสร็จมูลค่า 5 พันล้านบาทในปี 2557) ซึ่งได้แก่ The Trust นครปฐม กำหนดโอนไตรมาส 1/58, The Trust งามวงศ์วานและพัทยาใต้ กำหนดโอนไตรมาส 2/58 และโครงการ Q อโศก, Casa คอนโดดอยสุเทพ และ The Trust อมตะนคร กำหนดโอนไตรมาส 4/58

มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพ

อัตรากำไรขั้นต้นของอสังฯ เพิ่อขายตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 33% สำหรับปี 2557 เป็น 34% สำหรับปี 2558 หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นโครงการทาวน์เฮาส์ คอนโด ที่ดีอยู่แล้วและโครงการบ้านเดี่ยวใหม่ที่น่าจะดีกว่าเดิม (อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการบ้านเดี่ยวในปัจจุบันโดยเฉพาะในโครงการแถบน้ำท่วมมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ไม่สูงนัก) โดยโครงการใหม่มีอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 32-35% นอกจากนี้ ดร.ชัชชาติยังมีแผนจะลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจาก 18% ในปี 2557 ลงอีกด้วย ทั้งนี้ บริษัทยังตั้งเป้าส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิไม่เกิน 1.2 เท่า ณ สิ้นปี 2558 แม้งบลงทุนทั้งหมดจะอยู่ที่ 16,000 ล้านบาทในปีนี้ (แบ่งเป็นงบเพื่อการเข้าซื้อที่ดิน 6 พันล้านบาท และเพื่อการก่อสร้าง 10,000 ล้านบาท)