'ดอน'อัดสหรัฐสร้างบาดแผลในใจคนไทย

'ดอน'อัดสหรัฐสร้างบาดแผลในใจคนไทย

"ดอน" เชิญ "อุปทูตสหรัฐ" เข้าพบระบุผิดหวัง "แดเนียล รัสเชล" วิจารณ์การเมือง ชี้สร้างบาดแผลในใจคนไทย

ที่กระทวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ เชิญนายแพทริค เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าพบ ซึ่งคาดว่าเป็นการพูดคุยถึงกรณีที่นายแดเนียล รัสเชล ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวแสดงความคิดเห็นการเมืองของไทย ที่สถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาการหารือกว่า 1 ชั่วโมง

โดยนายดอน แถลงว่า การเชิญอุปทูตสหรัฐฯมาครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการประท้วงสหรัฐฯ ไม่ได้แข็งกร้าว แต่เป็นการพูดคุย เพื่อให้เขารับทราบถึงสิ่งที่อยู่ในใจของเรา ซึ่งไม่ควรถูกปล่อยให้ผ่านไป เพราะมีเป็นเสียงสะท้อนจากหลายทางว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยเกิดบาดแผลขึ้นในใจจากการเยือนของนายรัสเซล ซึ่งสหรัฐฯควรรับทราบเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้คราวหน้าจะได้หาทางเยียวยาและไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก ประเทศไทยมีวุฒิภาวะ ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก มีการรัฐประหารหลายครั้งซึ่งเป็นช่วงที่บ้านเมืองวุ่นวาย นอกจากนี้ได้พูดคุยถึงความร่วมมือในอนาคตสาขาต่าง ๆ ที่เราจะมุ่งมั่นสร้างความร่วมมือกับประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ตนได้ฝากกับสหรัฐฯด้วยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. จะเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อร่วมประชุมคณะมั่นตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในเดือน ก.ย.นี้ ทางสหรัฐฯจะต้องทำอะไรบ้าง

เมื่อถามว่าได้ชี้แจงเรื่องกฎอัยการศึกอย่างไรหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ได้ยกขึ้นมาหารือกันแล้วว่าที่จริงไม่มีใครรู้สึกว่ามีกฎอัยการศึกอยู่ มีแต่ตัวหนังสือ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีผลกระทบอะไรเลย นอกจากผู้ที่มีเจตนาไม่ดีหรือสร้างปัญหาความมั่นคง ซึ่งถือว่าจำนวนน้อยมาก ถ้าเขาอยากให้เรายกเลิกแล้วมีปัญหาเกิดขึ้นวุ่นวาย ตามมา ใครจะรับผิดชอบ สหรัฐฯรับผิดชอบได้หรือไม่

อย่างไรก็ตามเป็นที่รับทราบกันว่าความเดือดร้อนต่างๆไม่ได้มีต่อนานาชาติ ตรงกันข้ามกลับดีขึ้น มีความปลอดภัย อีกทั้งหลายประเทศก็รับทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ส่วนเรื่องหลักการก็ว่าไปตามหลักกัน ขณะที่เรื่องความร่วมมือก็ดำเนินต่อไป

“สิ่งที่เขามองว่าเป็นปัญหาอยู่ในประเทศไทยตอนนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อสหรัฐ ประชาชนอเมริกันไม่ได้เดือดร้อน นักธุรกิจ เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ และรัฐบาลสหรัฐก็ไม่ได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งที่เราทำเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เขาเดือดร้อนในแง่ของหลักการที่เรามีพัฒนาการทางการเมืองที่บังเอิญไปขัดกับหลักการ เขาเดือดร้อนแค่นั้น ขณะที่เลือดสักหยดก็ไม่หลั่งไหล”นายดอน กล่าว

เมื่อถามถึง ท่าทีของอุปทูตสหรัฐฯเป็นอย่างไร นายดอน กล่าวว่า เขารับทราบท่าทีของไทยและจะกลับไปพิจารณาต่อไป เมื่อถามต่อถึงกรณีที่นายรัสเซลแสดงความเห็นถึงการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะเกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ตนได้ให้ข้อเท็จจริงไปว่า ถ้าติดตามเรื่องของประเทศไทย ก็จะเห็นว่ามีกระบวนการมาตั้งแต่ต้น เป็นเรื่องของกฎหมายล้วนๆ เป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดในหลายเรื่องเป็นผลให้เกิดความเสียหาย จึงทำให้กระบวนการทางกฎหมายต้องเข้ามา ดังนั้นถ้าพูดว่า การเมืองเป็นตัวกำหนด ก็แสดงว่า เจ้าหน้าที่จัดเตรียมข้อมูลให้กับเขา ไม่ได้เข้าใจประเทศไทยหรือเหตุการณ์ในบ้านเราในช่วงปีที่ผ่านมาได้อย่างชัดเจนเพียงพอ อีกทั้งการรัฐประหารในประเทศไทยไม่เหมือนกันประเทศอื่น ๆ ในโลก

นายดอน กล่าวต่อว่า การที่ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศสหรัฐฯ ไปกล่าวครั้งนั้น แทนที่จะเลือกพูดช่วยให้เยาวชนและนักศึกษาผนึกกัน มีความรู้สึกตื่นตัว แต่กลับเลือกที่จะพูดเรื่องการเมือง ถือว่าน่าผิดหวัง ขณะที่บางคนถือว่า เป็นบาดแผลในใจ ซึ่งถ้าเป็นไทย ก็จะเลือกที่จะไม่ทำแบบนี้ ประเทศไหนที่มีปัญหาเราจะไม่พูด อย่างไรก็ตามเราไม่ได้เมินเฉยต่อท่าทีของสหรัฐ แต่เราได้รับทราบท่าทีของนานาประเทศ และกำลังก้าวย่างในเส้นทางที่วางไว้อย่างมีศักดิ์ศรี เพื่อประโยชน์ของชาติโดยแท้จริง เพื่อเข้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่มีพื้นฐานชัดเจน โดยจะปฏิรูปทุกรูปแบบ