'อารีพงศ์'ยันกำกับการผลิตปิโตรเลียมโปร่งใส

'อารีพงศ์'ยันกำกับการผลิตปิโตรเลียมโปร่งใส

"อารีพงศ์" รมว.พลังงาน นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมแท่นปิโตรเลียมแหล่งปลาทอง ยืนยันกำกับดูแลการผลิตปิโตรเลียมโปร่งใส

นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวระหว่างนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมแท่นผลิตปิโตรเลียม แหล่งปลาทอง ในอ่าวไทย ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัทเชฟรอน ประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด ร่วมทุนกับ บมจ.ปตท สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) ว่า แหล่งปลาทองเป็นแหล่งผลิตปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวไทย โดยปี 2557 ที่ผ่านมา สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติได้เฉลี่ย 200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และน้ำมันดิบเฉลี่ย 26,000 บาร์เรลต่อวัน ขายให้แก่โรงแยกก๊าซและโรงกลั่นในประเทศทั้งหมด และในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน จะมีเจ้าหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกำกับดูแลอย่างรัดกุม ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพของก๊าซและน้ำมันดิบ ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการผลิต ขนถ่าย จนถึงการซื้อ-ขาย ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของกรมฯ ร่วมลงนามเป็นพยานทุกครั้ง อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบผ่านระบบออนไลน์ไปยังส่วนกลางได้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดหาปิโตรเลียมเป็นไปตามแผนงาน มีมาตรฐานความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการจัดเก็บค่าภาคหลวง

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติประมาณ 5,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แต่สามารถจัดหาจากแหล่งในประเทศได้ประมาณ 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ที่เหลือมาจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย 800 ล้านลูกบาศก์ฟุต นำเข้าจากเมียนมาร์ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต และนำเข้าในรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งมีแนวโน้มต้องนำเข้าเพิ่มขึ้น เพราะศักยภาพการผลิตในประเทศลดลงเป็นลำดับ คาดว่าภายในปี 2561 หากยังไม่มีการสำรวจและผลิตเพิ่ม ไทยจะต้องนำเข้า LNG ถึงวันละ 1,400 ล้านลูกบาศก์ฟุต

ส่วนกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติให้ทบทวนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 ขณะที่กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าเปิดประมูลต่อนั้น ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ยินดีรับฟังความเห็นจากทุกผ่าย หาก สปช.มีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์รัฐบาลก็พร้อมจะพิจารณา แต่ยืนยันว่า ระบบสัมปทานมีการกำกับดูแลที่ให้ประโยชน์ต่อภาครัฐอย่างเต็มที่อยู่แล้ว