ถล่มก.ม.ไซเบอร์เมิน'ผู้บริโภค' นายกฯสวนไม่ทำผิดไม่โดนล้วง

ถล่มก.ม.ไซเบอร์เมิน'ผู้บริโภค' นายกฯสวนไม่ทำผิดไม่โดนล้วง

ภาคประชาชนรุมถล่มร่างกฎหมายไซเบอร์ ชี้เอื้ออำนาจรัฐ ขาดการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นกฎหมายถอยหลังเข้าคลอง

เล็งยื่นข้อเรียกร้องต่อนายกฯโดยเร็วที่สุด ระบุการดึง กสทช.อยู่ใต้อำนาจ "ไอซีที-บอร์ดดิจิทัล" ถือเป็นการแก้ปัญหาผิดวิธี อ้างหน่วยงาน กสทช.ดีแล้ว แต่ผู้ปฏิบัติไม่ได้เรื่อง ต้องปลดคน สรรหาใหม่ ด้าน "ประยุทธ์" สวนถ้าไม่ได้ทำผิด ก็ไม่ถูกล้วงข้อมูล

คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน ได้มีมติภายหลังการประชุมเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) ว่าจะเร่งหาแนวทางยื่นข้อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ทบทวนและแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พ.ศ. ... ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ฉบับของชุดกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวไม่มีเนื้อหาที่ระบุถึงการคุ้มครองผู้บริโภค

นายรุจน์ โกมลบุตร กรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน กล่าวว่า การออกกฎหมายต้องมีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย และเนื้อหาในข้อกฎหมายนั้นไม่มีส่วนใดที่พูดถึงการคุ้มครองผู้บริโภค มีแต่การให้สิทธิกับเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งมาตรา 35 ของร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ วรรค 3 ระบุให้เจ้าพนักงานของรัฐเข้าถึงการติดต่อข้อมูลการสื่อสารได้

ประเด็นนี้คือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคอย่างชัดเจน ควรมีการกำหนดเงื่อนไขให้ขอคำสั่งศาลเพื่อตรวจสอบข้อมูล ความจำเป็น และป้องกันความเสียหาย รวมทั้งควรตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ สร้างหลักประกันให้แก่ผู้บริโภค และมีมาตรการเยียวยาความเสียหายด้วย

สำหรับเนื้อหาของมาตรา 35 วรรค 3 ระบุว่า ให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสาร ทั้งทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงไซเบอร์ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

นายรุจน์ กล่าวต่อว่า ข้อเสนอที่จะยื่นต่อนายกฯ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ประกอบด้วย 1. เนื่องจากกฎหมายดิจิทัลมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของผู้บริโภคทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ซึ่งการนำข้อมูลของผู้บริโภคไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ดังนั้นในกระบวนการออกกฎหมายดังกล่าว ขอให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค

2.ขอให้ระบุเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคอย่างชัดเจน 3.เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ขอเสนอให้เพิ่มตัวแทนของผู้บริโภคเป็นคณะกรรมการในร่างกฎหมายทุกฉบับด้วย

4.เสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ตามร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงทางไซเบอร์ และมีบทลงโทษเจ้าหน้าที่ที่อาศัยอำนาจกฎหมายไปใช้ในทางมิชอบ พร้อมทั้งมีมาตรการเยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภค

5.ในร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้มีการกำกับดูแลครอบคลุมถึงบรรดาผู้ที่ส่งข้อความโฆษณารบกวน หรือ "สแปม" ทางเอสเอ็มเอส อีเมล หรือแม้กระทั่งสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ค ซึ่งสร้างความรำคาญและเป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค

6.การแก้ไขเรื่องอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 เห็นว่าคณะกรรมการกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการกำกับกิจการ ควรคงความเป็นอิสระเอาไว้

การแก้ไขปัญหาต่างๆ ของ กสทช.ไม่ควรนำองค์กรกลับเข้าไปอยู่ในกำกับของรัฐ แต่ควรแก้ไขด้วยการเพิ่มกลไกการตรวจสอบ การประเมินประสิทธิภาพการทำงานของคณะกรรมการ กสทช.ทุกชุด รวมทั้งการแก้ไขการถอดถอนให้ทำได้ง่ายขึ้นหากพบว่าการทำงานไม่มีประสิทธิภาพและมีปัญหาเรื่องความโปร่งใส

นางสาวบุญยืน ศิริธรรม กรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน กล่าวว่า การออกมาส่งเสียงครั้งนี้ไม่ใช่การออกมาคัดค้าน แต่เป็นการออกมาชี้แจงว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่โหมดปฏิรูป และการดำเนินการเพื่อเสรีภาพของประชาชน การเสนอร่างกฎหมายแบบนี้ถือว่าถอยหลังเข้าคลอง

ส่วนกรณีการลดบบทบาทของบอร์ด กสทช. ไปอยู่ใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งจำเป็นต้องรับนโยบายจากคณะกรรมการดิจิทัลแห่งชาติ (บอร์ดดิจิทัล) นั้น มองว่าเป็นการแก้ที่ผิดวิธี องค์กรดีอยู่แล้ว แต่คนทำงานที่ไม่ดี ก็ต้องปลด ต้องเปลี่ยนที่คนทำงาน ไม่ต้องการเห็นการดึงอำนาจไปอยู่ใต้หน่วยงานรัฐ ทำให้หมดความอิสระด้านการบริหารและกำกับดูแลของหน่วยงานกลางที่มีหน้าที่กำกับดูแลโดยตรง

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่า ร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์ ยังไม่ออกเป็นกฎหมาย ที่มีการเสนอเป็นร่างคร่าวๆ ประกอบกับกฎหมายอื่นที่ออกไปแล้วในการจะปรับเป็นดิจิทัลอีโคโนมี ซึ่งจะต้องมีการแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการ ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่อย่างไรต้องไปปรับแก้ตรงนั้น

"ข้อกังวลว่ารัฐบาลจะเข้าไปล้วงตับประชาชนอย่างที่สื่อเขียนนั้น จะไปล้วงได้อย่างไร ถ้าไม่มีปัญหาก็ไปล้วงไม่ได้ การจะเข้าไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีเหตุผล เพราะเป็นการผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่อย่านำกฎหมายอย่างหนึ่งไปตีอีกอย่างหนึ่ง การจะไปกล่าวพาดพิงใครโดยไม่ถูกต้องด้วยหลักการจะกระทำไม่ได้" นายกรัฐมนตรี กล่าว