ลอยตัวน้ำตาลรับเออีซีเชื่อดันราคาในประเทศ

ลอยตัวน้ำตาลรับเออีซีเชื่อดันราคาในประเทศ

“จักรมณฑ์” รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม ยันลอยตัวราคาน้ำตาลหลังเปิดเออีซี มั่นใจยกระดับราคาในประเทศสูงขึ้น

พร้อมเก็บเงินส่วนต่างราคาน้ำตายทรายช่วงพุ่ง เข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายช่วยเกษตรกร คงโควตาภายในประเทศป้องกันขาดแคลน

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายหลังการหารือกับสมาคมชาวไร่อ้อย ว่าทางกลุ่มชาวไร่อ้อยได้แสดงความเป็นห่วง หากรัฐบาลมีการลอยตัวราคาน้ำตาลทราย ภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จากการหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดมีความเห็นตรงกันว่าจะต้องปล่อยลอยตัวราคาน้ำตาลทรายภายหลังการเปิดเออีซี ภายในสิ้นปี 2558 โดยราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศคงจะใกล้เคียงกับราคาปัจจุบันที่กิโลกรัมละ 23 บาท เนื่องจากราคาขณะนี้ได้บวกเงินเก็บเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายที่กิโลกรัมละ 5 บาท จากราคาน้ำตาลที่แท้จริง 18 บาทต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม การเปิดเสรีลอยตัวราคาน้ำตาล จะต้องยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 5 บาทแน่นอน แต่เกษตรกรมีความเป็นห่วงว่าหากไม่เก็บเงินตรงนี้ หากราคาน้ำตาลในตลาดโลกลดลงจนต่ำกว่าต้นทุน จะไม่มีเงินเข้ามาช่วยเหลือเกษตร โดยเรื่องนี้ขอยืนยันว่าจะยังคงมีกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายเหมือนเดิม ส่วนเงินที่เก็บเข้ากองทุนฯจะมาจากส่วนต่างของราคาส่งออก ถ้าในช่วงที่ราคาในตลาดโลกสูงมากกว่าระดับที่กำหนดไว้ ก็จะเก็บส่วนเกินเข้ากองทุนฯ เพื่อนำมาช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ราคาตกต่ำ และจากการประเมินราคาน้ำตาลทรายที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะสูงกว่าราคาภายในประเทศ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะมีเงินกองทุนฯเพียงพอที่จะเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร

“ในอาเซียนมีเพียงไทยประเทศเดียวที่เป็นผู้ส่งออกน้ำตาล ดังนั้นหากเปิดเสรีภายใต้กรอบเออีซี จะทำให้ตลาดน้ำตาลทรายของไทยขายอย่างเสรีได้ใน 10 ประเทศ ประชากรกว่า 600 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10 เท่า ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายของไทย ที่ผ่านมาประเทศเพื่อนบ้านต่างบริโภคน้ำตาลแพงกว่าประเทศไทยเฉลี่ยกิโลกรัมละ 30-40 บาท ดังนั้นจึงทำให้ไทยจะมีรายได้จากน้ำตาลทรายเข้าประเทศมากขึ้น” นายจักรมณฑ์ กล่าว

ทั้งนี้มีเกษตรกรบางรายได้แสดงความเป็นห่วงว่า หากราคาน้ำตาลในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น จะทำให้มีผู้ประกอบการส่งออกน้ำตาลภายในประเทศจนหมด ทำให้เกิดการขาดแคลนขึ้นได้ ในเรื่องนี้กระทรวงอุตสาหกรรมขอยืนยันว่าจะยังคงโควตา ก. หรือโควตาน้ำตาลทรายที่จำหน่ายภายในประเทศเหมือนเดิม แต่จะประเมินอีกครั้งว่า ควรจะมีปริมาณเท่าไรที่เหมาะสม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบลงไปศึกษา และวางแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้เสร็จภายในเดือนมี.ค.นี้

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527 โดยจะแก้ไขมาตรการที่เกี่ยวกับการแบ่งปันผลประโยชน์ที่จะแบ่งปันรายได้ให้กับเกษตรกร 70% และโรงงานน้ำตาล 30% หรือ 70: 30 จะเพิ่มรายได้อื่นๆที่มาจากอ้อย เช่น การผลิตเอทานอล และการผลิตไฟฟ้าจากชานอ้อย เข้าสู่ระบบแบ่งปัน 70 : 30 ด้วย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร ซึ่งในขณะนี้โรงงานน้ำตาลก็แบ่งปันให้เกษตรกรอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีกฎหมายเข้ามากำหนดอย่างชัดเจน

ก่อนหน้านี้ สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย ได้เข้าพบนายจักรมณฑ์ โดยเสนอให้ยกเลิกการเก็บเงินจากการปรับขึ้นราคาน้ำตาลทรายหน้าโรงงาน 5 บาทต่อกิโลกรัม เข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ไปศึกษา โดยเห็นว่าในที่สุดราคาน้ำตาลทรายควรจะปล่อยให้อิงกลไกตลาดโลก “สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย พร้อมที่จะรับนโยบายปล่อยลอยตัวราคาน้ำตาลทรายให้อิงราคาตลาดโลก” นายจักรมณฑ์กล่าว