ส่งออกปี57ติดลบ0.41% คงเป้าปีนี้4%-ผวาบาทป่วน

ส่งออกปี57ติดลบ0.41% คงเป้าปีนี้4%-ผวาบาทป่วน

พาณิชย์เผยส่งออกปี 2557 ติดลบ 0.41% เหตุราคาน้ำมันร่วง-สินค้าเกษตรตกต่ำ เตรียมประเมินผลกระทบใหม่

แต่ยังคงเป้าปีนี้โต 4% แม้กังวลค่าเงินผันผวน และเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัว

การส่งออกของไทยในปี 2557 ติดลบ 0.41% น้อยกว่าสำนักวิจัยหลายแห่งคาดการณ์ไว้ โดยมูลค่าการส่งออกลดลง มาจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและมูลค่าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของไทยลดลงอย่างมากจากราคาน้ำมันในตลาดโลกร่วงลงอย่างหนัก 30-40%

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่าการส่งออกทั้งปี 2557 มีมูลค่ารวม 227,574 ล้านดอลลาร์ ลดลง 0.41% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากปี 2556 ที่ติดลบ 0.32% ขณะที่การนำเข้ามูลค่า 227,952 ล้านดอลลาร์ ลดลง 8.97% ทำให้ทั้งปี 2557 ไทยขาดดุลการค้า 379 ล้านดอลลาร์

การส่งออกทั้งปี 2557 ในส่วนสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรติดลบ 2.5% จากสินค้าสำคัญได้แก่ ยางพารา ด้านมูลค่าลดลง 26.9% ปริมาณลดลง 0.8% อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป มูลค่า เพิ่มขึ้น 0.4% มูลค่าลดลง 3.0% น้ำตาล ลดลง 4.3% สาเหตุสำคัญมาจากราคาสินค้าเกษตรและราคาวัตถุดิบอาหารทะเลในตลาดโลกปรับตัวลดลง

อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรที่ส่งออกได้เพิ่มขึ้นได้แก่ ข้าวภาพรวมขยายตัว 23% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัว 9.9%

สินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 1.1% สินค้าสำคัญ คือ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัว 4.3% เครื่องใช้ไฟฟ้า ขยายตัว 2.5% ขณะที่สินค้าสำคัญที่ส่งออกลดลงได้แก่ สิ่งทอ ลดลง 0.3% ยานพาหนะ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ลดลง 0.2% อัญมณีและเครื่องประดับ ลดลง 0.1% ทองคำยังไม่ขึ้นรูป ลดลง 15.1%

ราคาน้ำมันฉุดมูลค่าส่งออกร่วง

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ตลาดส่งออกที่สำคัญ ปี 2557 ตลาดหลักขยายตัว 2.3% สหรัฐขยายตัว 4.1% สหภาพยุโรป (15) ขยายตัว 4.7% ตลาดศักยภาพสูง ลดลง 1.5% อาเซียน (9) ขยายตัว 0.2% อาเซียน (5) ลดลง 3.9% อินโดจีน (4) รวมพม่า ขยายตัว 9.0% จีน ลดลง 7.9% ตลาดศักยภาพระดับรอง ลดลง 2.5% ทวีปออสเตรเลีย ลดลง 8.8% ตะวันออกกลางไม่เปลี่ยนแปลง

“การส่งออกของประเทศที่มีมูลค่ามากถึง 7 ล้านล้านบาท กำลังเผชิญปัจจัยหลายๆ ด้านเข้ามากระทบมาก อย่างเช่น ราคาน้ำมันที่ต.ค. ไม่คิดว่าราคาน้ำมันจะลดลงทำให้มูลค่าส่งออกน้ำมันหายไป 30-40% ต่อเนื่องมา จึงไม่เป็นสาเหตุหลายๆ อย่างที่ส่งผลต่อการส่งออกปี2557 ที่ผ่านมา ” นางนันทวัลย์ กล่าว

คงเป้าส่งออกปีนี้โต4%

ทั้งนี้ การส่งออกในปี 2558 ยังคงตั้งเป้าขยายตัวที่ 4% โดยขณะนี้ กรมฯ กำลังพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออก ทั้งการปรับเป้าหมายอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจคู่ค้า ความผันผวนของค่าเงิน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ราคาสินค้าเกษตร และราคาน้ำมัน ซึ่งกำลังติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด และรอประเมินสถานการณ์ทั้งหมด หลังจากการส่งออกพ้นไตรมาสแรกไปแล้ว

ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ประกาศปรับลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลกใหม่เหลือ 3.5% จากเดิม 3.8% และปรับลดอัตราการขยายตัวของประเทศต่างๆ ลง เช่น สหรัฐฯ เพิ่มเป็น 3.6% จากเดิม 3.1% ยูโรโซนเหลือ 1.2% เช่น เยอรมนี 1.3% อังกฤษ 2.7% ขณะที่ญี่ปุ่น เหลือ 0.6% รัสเซีย ติดลบ 1.4% จีน เหลือ 6.8% อาเซียน 5 ประเทศ 5.2% ลาตินอเมริกา 1.3% ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ 3.3% เป็นต้น

จับตาผลกระทบค่าเงินบาทผันผวน

นางนันทวัลย์ กล่าวว่ากรณีธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) อัดฉีดเงิน 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน นั้นรัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจเตรียมมาตรการรับมือกรณีคิวอีของอีซีบี ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการค้าเพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ เป็นระยะๆ

สำหรับผลกระทบต่อไทย การส่งออกของไทยไปยูโรโซน จะได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวของอียู (สัดส่วน 10% ของมูลค่าส่งออกของไทยทั้งหมด) โดยเฉพาะสินค้าส่งออกหลักอย่าง เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง ไก่แปรรูป และแผงวงจรไฟฟ้า เนื่องจากมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

นางนันทวัลย์ กล่าวว่าตามเม็ดเงินลงทุนส่วนหนึ่งจะเข้าสู่ตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้ค่าเงินบาทอาจผันผวน ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แต่จะไม่กระทบอย่างมีนัยสำคัญ เพราะนักลงทุนมีการเตรียมการแล้ว เนื่องจากเคยประสบสถานการณ์ลักษณะเดียวกันช่วงที่เฟด ของสหรัฐ และญี่ปุ่น ทำคิวอีไปก่อนหน้าแล้ว

"ผู้ส่งออกไม่ต้องการให้ค่าเงินผันผวนมาก แม้ในขณะนี้ ช่วง ม.ค. ค่าเงินไทยอ่อนค่าลงแล้ว 1.14% ส่วนมาเลเซียอ่อนค่า 8.75% รูปี(อินเดีย) อ่อนค่า 2.44%"