Market Focus

Market Focus

SET Sideway ลุ้นผล กนง.

SET View

- แนวโน้มวันนี้ SET sideway มองกรอบเคลื่อนไหว 1,570 – 1,600 จุด

ในตอนเช้ามีโอกาสเปิดอ่อนตัวตามตลาดต่างประเทศและแกว่งตัวรอผลการประชุม กนง. ในช่วงบ่าย ให้จับตา มองจะเป็นจุดหมุนสำคัญของ SET หลังเริ่มมีความเห็นแตกต่าง โดยมีความคาดหวังและเหตุผลที่จะให้ปรับลดดอกเบี้ยเพื่อสกัดบาทแข็ง หนุนส่งออกและกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้ตัวเลขส่งออกนำเข้าที่ยังไม่ฟื้นตัวประกาศวานนี้มาสนับสนุน แต่เรายังคงมุมมองว่าจะมีมติคงดอกเบี้ยจากแนวคิดทาง ธปท. ที่อยาก wait & see การฟื้นตัวเศรษฐกิจและให้หน้าที่การกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นของการคลัง ในกรณีที่มีการปรับลดดอกเบี้ยจริงจะเป็นปัจจัยบวกแรงให้ SET ขึ้นเหนือ 1600 จุดได้ หากคงดอกเบี้ยมีโอกาสพักตัวรอการประชุม FOMC ในวันพรุ่งนี้ต่อ

เรายังคงมุมมองขาขึ้นระยะสัปดาห์จากโมเมนตัมมาตรการ QE ยุโรปหนุนเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นโลก โดยไทยก็มีสัญญาณการแข็งค่าของเงินบาทและยอดนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 อีก 3.3 พันล้านบาท หนุนการปรับตัวขึ้นของหุ้นใหญ่อย่างกลุ่มธนาคารและสื่อสาร ตราบใดที่ SET ยังพักตัวลงไม่ต่ำกว่า 1570 จุดยังคงมุมมองไปทดสอบ 1600 จุดและ 1650 จุด

- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน กรณียังปิดไม่ต่ำกว่า 1570 จุด แนะนำ ถือครองหุ้นต่อหรือรอจังหวะ “อ่อนตัวซื้อ” หากปิดต่ำกว่าให้ชะลอการลงทุน

- Top Daily Pick : MINT คาดกำไร 4Q57 แข็งแกร่งจากปัจจัยฤดูการ ฟื้นตัวโดนเด่น QoQ มองกำไรเติบโตต่อเนื่องในปี 58 ตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในประเทศพร้อมกับแผนการขยายจำนวนห้องพักเพิ่ม (+13% ลงทุนเอง +90% ร่วมทุน) / VGI ในระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของสื่อโฆษณาบทบีทีเอสและในอาคารหลังความไม่สงบการเมืองคลี่คลาย และการเริ่มขายบน Platform ใหม่ๆได้แก่ Screen Door, Platform Trust LED และ E-Poster คาดงบ 3Q58 (ต.ค.-ธ.ค.57) ของ VGI ฟื้นตัว 11% QoQ เป็น 293 ล้านบาท

- Technical Pick : DEMCO STEC SIRI STPI BGH

- Theme Play : หุ้น Weekly Outperformers (TPOLY CCET TKT GCAP TRC UNIQ SEAFCO MONO FVC IFEC) / กลุ่มนำตลาดที่เป็นเป้าหมายการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ อาทิ กลุ่มพลังงาน (BCP PTT PTTEP PTTGC) และ กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ (BBL KBANK SCB) / หุ้นปันผลเด่น (ADVANC INTUCH MFEC EGCO RATCH SMPC SIRI LH QH)

- รายงานวันนี้

Preview : VGI (ขาย / มูลค่าเหมาะสม 8.90 บาท) คาดกำไรฟื้น แต่ราคาหุ้นแพง

Preview : QH (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 5 บาท) 4Q57 กำไรเติบโตเทียบกับรายปี

Strategy Talk

- วิกฤตรัสเซียเริ่มเสี่ยงมากขึ้น

•ล่าสุดเราเห็นสัญญาณวิกฤตค่าเงินรูเบิลก่อตัวอีกครั้ง โดยในวันจันทร์ที่ผ่านมา (26 ม.ค.)

ทาง Standard & Poor ได้ปรับลดอันดับเครดิตเรตติ้งของรัสเซียลง 1 ขั้นจาก BBB- ลงเป็น BB+ ซึ่งในทางทฤษฎี อันดับที่ต่ำกว่า BBB- ถือว่าเป็น Non-investment grade โดยพันธบัตรที่มีอันดับเรตติ้งดังกล่าวจะถูกเรียกว่าพันธบัตรขยะ กล่าวคือ มีความเสี่ยงสูงไม่เหมาะแก่การลงทุน ถือได้ว่าเครดิตประเทศรัสเซียตกชั้นจาก investment grade ครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยหลังการปรับอันดับเกิดแรงเทขายหุ้นสัญชาติรัสเซียในตลาดสหรัฐที่และค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าฉับพลันมาอยู่ที่ 68 รูเบิลต่อดอลลาร์ ซึ่งมาเท่ากับจุดต่ำสุดตอนที่ตลาดตกใจกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยรุนแรง (10.5% เป็น 17%) ในวันที่ 16 ธ.ค. ปีที่แล้ว

•การถูกปรับลดเครดิตเรตติ้งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน สร้างแรงกดดันต่อการกู้ยืมแก่ธุรกิจรัสเซียและทำให้การกลับมาขยายตัวของเศรษฐกิจเป็นได้อย่างลำบากมากขึ้น แม้มองว่ามีนัยไม่มากต่อเศรษฐกิจโลกเนื่องจากการค้าระหว่างประเทศของรัสเซียมีสัดส่วนไม่มากเทียบกับ GDP โลก แต่ความเสี่ยงที่น่ากังวลมากขึ้นคือการที่รัสเซียอาจต้องใช้มาตรการแรงด้วยการปิดประตูทางการเงิน (Capital control) มาหยุดการ capital fright (เม็ดเงินทุนไหลออก) ซึ่งทำให้ระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซีย (FX Reserve) ลดลงต่อเนื่องอย่างมาก โดยล่าสุดลดลงเหลือ US$ 3.8 แสนล้านจากระดับ US$ 5 แสนล้านในปีก่อน ถือว่าลงมาต่ำเท่ากับช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008 แล้ว ขณะที่รัสเซียมีหนี้ต่างประเทศอยู่ US$ 6 แสนล้าน สูงกว่าเงินทุนสำรองราว 1.5 เท่า

•หากมีการออกมาตรการคุมเงินเข้าออกจริง ผลกระทบที่ต้องระวังคือ 1)การกระทบเจ้าหนี้ต่างประเทศของรัสเซียที่กว่า 90% เป็นสถาบันการเงินเอกชนในภูมิภาคโดยเฉพาะฝั่งยุโรปและมีผลพวงต่อตลาดเงินตลาดทุนของประเทศนั้นๆ 2) จะส่งผลต่อนักลงทุนให้ตระหนกต่อความเสี่ยงและลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาค ดังนั้นยังคงให้นักลงทุนจับตาสถานการรัสเซียต่ออย่างใกล้ชิด โดยให้ระวังการอ่อนค่าต่อเนื่องของเงินรูเบิลหลังจากนี้