ไทยพาณิชย์ปักธง3ปีขึ้นเบอร์หนึ่งเอสเอ็มอี

ไทยพาณิชย์ปักธง3ปีขึ้นเบอร์หนึ่งเอสเอ็มอี

"ไทยพาณิชย์" ตั้งเป้า 3 ปีเบอร์ 1 ธุรกิจเอสเอ็มอี เผยเป้าสินเชื่อปีนี้ 5-7% เน้นเอสเอ็มอีโต 10-15%

นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ยังต้องพึ่งพิงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอีกมาก ดังนั้นธนาคารจึงมีนโยบายในการสนับสนุนเอสเอ็มอี ที่จะเป็นบ่อเกิดของเจ้าสัวรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าปัญหา พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการ ค้ำประกันและจดจำนองที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ในอีกไม่กี่วันนี้จะมีผลต่อการขยายสินเชื่อเอสเอ็มอี แต่เมื่อเป็นกฎหมายแล้วธนาคารก็ต้องปฏิบัติตาม

“เราต้องรับมือกับพ.ร.บ.นี้ ได้ แม้จะทำให้เกิดความยุ่งยาก แต่เมื่อเป็นกฎหมายเราก็ต้องปฏิบัติ แม้จะเสนอความเห็นไปแล้ว คนค้ำประกันสำคัญก็จริงแต่คนกู้สำคัญกว่า หากไม่มีคนค้ำสินเชื่อก็จะปล่อยยากขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อการสร้างเอสเอ็มอีที่ไม่คล่องตัวอย่างที่ควรจะเป็น” นายวิชิต กล่าว

ด้าน นายญนน์ โภคทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับเป้าปีนี้ ธนาคารตั้งเป้ามีสินเชื่อรวมเติบโต 5-7% เอ็นพีแอลจะทรงตัวที่ 2.1-2.3% ส่วนต่างดอกเบี้ยอยู่ที 3.2-3.3% และมีผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 17-20% โดยยุทธศาสตร์หลักของธนาคารปีนี้ คือ การตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านธนาคารหลักของลูกค้า Retail & Wholesale ยกระดับธุรกิจ SME มุ่งสู่ความเป็นเลิศใน Digital &Transaction Banking และ ยกระดับขีดความสามารถของระบบและบุคลากร

นายญนน์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอี 3.5 แสนล้านบาท แต่ธนาคารมีเป้าหมายว่าในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า ธนาคารจะเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจสินเชื่อเอสเอ็มอี ในแง่ของการเป็นธนาคารหลักของเอสเอ็มอีและแง่ของการสร้างรายได้ให้ธนาคาร โดยเป้าสินเชื่อของธนาคารปีนี้ที่ตั้งไว้ที่ 5-7% จะมาจากการเติบโตของสินเชื่อรายใหญ่ประมาณ 7% สินเชื่อรายย่อยโต 6-8% ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีจะเติบโตมากที่สุดหรือประมาณ 10-15% ในแง่ของสัดส่วนสินเชื่อจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อรวมของธนาคารที่มี 1.78 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อรายใหญ่ 37% สินเชื่อรายย่อย 44% และที่เหลือเป็นสินเชื่อเอสเอ็มอี

“เราคงเป็นเบอร์หนึ่งในแง่สินเชื่อได้ยากเพราะพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีเรามีอยู่ 3.5 แสนล้านบาทในขณะที่เบอร์หนึ่งของตลาดมีพอร์ตกว่า 6 แสนล้านบาท แต่จะเป็นแง่ของการเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าและการสร้างรายได้เป็นหลัก”

ทั้งนี้ในปีนี้ธนาคารจะมุ่งเน้นสินเชื่อเอสเอ็มอีขนาดเล็กหรือลูกค้าที่ใช้วงเงินสินเชื่อตั้งแต่ 10-30 ล้านบาทมากขึ้น โดยปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าอยู่ 15 ล้านบัญชี และเป็นลูกค้าเอสเอ็มอีรายเล็กจำนวนมาก แต่ยังเข้ามาใช้สินเชื่อธุรกิจกับธนาคารไม่มากนัก เน้นใช้กลยุทธ์สาขาที่มีอยู่กว่า 1280 แห่งในการเข้าไปดูแลและเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าและช่วยให้การทำธุรกิจของลูกค้าง่ายขึ้น

สำหรับกลุ่มที่มีโอกาสในการเติบโตปีนี้ มาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง เพื่อรับโครงการลงทุนภาครัฐ กลุ่มค้าปลีกจะฟื้นตัวมากขึ้นรวมถึงภาคท่องเที่ยวที่คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับเข้ามา