'ประจิน'จี้บินไทยทำแผน ขายทิ้งกิจการไม่ทำ'กำไร'

'ประจิน'จี้บินไทยทำแผน ขายทิ้งกิจการไม่ทำ'กำไร'

"ประจิน"สั่งบินไทยเร่งศึกษาขายทิ้งหุ้นกิจการไม่ทำกำไร เสนอคนร.ครั้งหน้า พร้อมกำหนดรูปแบบปรับลดอัตรากำลัง

ยันไม่ใช่การปลดพนักงงาน ขณะที่ประธานสหภาพฯ ระบุลดพนักงานได้2ส่วนจากเกษียณและเออรี่รีไทร์ปีละ1,000 คน นักวิเคราะห์" ประเมินแผนปรับโครงสร้างการบินไทยส่งผลบวกระยะสั้น ส่วนกำไรอาจได้เห็นในอีก 2-3 ปีจากนี้

หลังจากคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบให้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูของรัฐวิสาหกิจทั้ง 3 แห่ง สังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าในส่วนแผนฟื้นฟูของบริษัทการบินไทย ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงและพัฒนากิจการที่ไม่ใช่ภารกิจหลักหรือ (Non -Core) ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินลักษณะใด การบินไทยต้องพิจารณาให้ชัดเจนก่อนว่าธุรกิจส่วนไหนบ้างที่ไม่เกิดประโยชน์ หรือมีผลกำไร อาจจะใช้วิธีการขายหุ้นก็ได้

ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าธุรกิจไหนไม่เกี่ยวข้องกับการบินไทย เช่น โรงแรม หากระบุว่าไม่เกี่ยวกับการบินก็ไม่ใช้ เพราะเกิดปัญหาต้องนำผู้โดยสารไปพักก็ต้องนำไปพักที่โรงแรม หรือธุรกิจท่อน้ำมัน หากเป็นท่อน้ำมันที่ไม่เกี่ยวกับเครื่องบินอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการบินได้ รายละเอียดต่างๆการบินไทยต้องเสนอ คนร. ครั้งต่อไป

ยันปรับลดพนง."ไม่ใช่ปลด"

สำหรับการปรับโครงสร้างอัตรากำลังลดจาก 2.5 หมื่นคน เหลือ 2 หมื่นคน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ให้การบินไทยไปกำหนดรูปแบบให้ชัดเจน การปรับลดอัตรากำลังไม่ใช่การปลดพนักงาน แต่เป็นการเปิดเกษียณอายุก่อนกำหนดแบบพิเศษ จะให้ผลตอบแทนมากกว่าการเออรี่รีไทร์ปกติ ช่วงที่ตนเป็นบอร์ดการบินไทย ได้กำหนดไว้ 2 แบบ คือแบบ 30 เดือน เรียกว่าแบบ"ไม่มีเยื่อใย" คือได้เงินไปก้อนหนึ่งแล้วไม่มีภาระอะไรผูกพันบริษัท และแบบ 20 เดือน หรือเรียกว่าแบบ"มีเยื่อใย" คือ ยังคงสิทธิประโยชน์บางอย่างไว้ เช่น การรักษาพยาบาล เป็นต้น ส่วนรูปแบบที่การบินไทยจะนำมาใช้ในแผนฟื้นฟูจะเป็นรูปแบบใดคงต้องรอพิจารณารายละเอียดให้เสร็จก่อน

ในส่วนของสายการบินไทยสมายล์ ไม่มีนโยบายที่จะให้ยุบแต่จะปรับเส้นทางให้เหมาะสมมากขึ้น โดยเน้นเที่ยวบินในประเทศ และเชื่อมโยงการให้บริการกับการบินไทย ส่วนสายการบินนกแอร์ ที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ 39% ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟู เพราะสายการบินนกแอร์ มีฝ่ายบริหาร มีบอร์ดของตัวเอง การบินไทยเป็นหนึ่งในบอร์ดเท่านั้น ดังนั้นการจะพิจารณาเรื่องอะไรก็ต้องเสนอบอร์ดของนกแอร์ เป็นผู้พิจารณา

สหภาพฯแจง2ส่วนปรับลดพนง.ได้

ด้านนายดำรง ไวยคณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ยืนยันว่าการบินไทยไม่สามารถปลดพนักงานได้ ส่วนข้อเสนอที่จะปรับลดพนักงานลง 5 พันคนนั้น จากการหารือกับฝ่ายบริหารการบินไทยพบว่าเป็นแผนดำเนินการ 5 ปี โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เกิดจากพนักงานเกษียณประมาณ 500 คนต่อปี และโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออรี่รีไทร์) อีกประมาณ 500 คนต่อปี ทั้ง 2 ส่วนภายใน 5 ปีจะมีพนักงานลดลงตามแผนที่กำหนดไว้ได้ ส่วนที่จะปรับลดได้น่าจะเป็นพนักงานที่ว่าจ้างจากภายนอก หรือเอาท์ซอร์ส โดยเฉพาะกลุ่มที่ประจำสำนักงานใหญ่ คาดว่ามีไม่น้อยกว่า 1 พันคน

ทั้งนี้ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับขยายโครงสร้างของฝ่ายบริหาร แต่ไม่มีฝ่ายปฏิบัติ จึงมีการว่าจ้างพนักงานเอาท์ซอร์ส เข้ามาเสริมปฏิบัติงาน จึงมีข้อสังเกตว่าในส่วนของพนักงานประจำได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ หากมีการปรับลดส่วนนี้จะช่วยลดต้นทุนภาระค่าใช้จ่ายต่างๆได้ส่วนหนึ่ง

“เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวย การใหญ่ บริษัทการบินไทย ได้ชี้แจงให้กับพนักงาน พร้อมสอบถามถึงแผนฟื้นฟูต่างๆ แต่สิ่งที่มีข้อน่าสังเกตคือ แผนการบริหารของฝ่ายการพาณิชย์ หรือแผนการขายตั๋วของการบินไทยดูเหมือนจะขาดความชัดเจน ไม่มีทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่จะแข่งกับตลาดการบินอื่นๆได้”นายดำรง กล่าว

โบรกเชื่อบินไทยรับอานิสงส์สั้น

ขณะที่นักวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส กล่าวว่าการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของการบินไทยครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อกำไรใน 2-3 ปีข้างหน้า แต่สิ่งที่จะช่วยกำไรระยะสั้นทันที คือ การปรับลดความถี่เส้นทางที่ขาดทุน เป็นการลดขาดทุน รวมถึงการทำตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ แต่ผลบวกช่วงสั้นอาจต้องถูกหักล้างจากรายจ่ายระยะสั้นที่จะเกิดขึ้นจากการปรับใช้กลยุทธ์ที่เหลือ อาทิ การเร่งขายเครื่องบินที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงขายธุรกิจรองที่มีผลขาดทุน อาจส่งผลให้ต้องมีตั้งสำรองด้อยค่ากรณีที่บริษัท ขายได้ในราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ก่อนจะได้ผลบวกระยะยาว เช่น ประเภทฝูงบินที่ลดลง

ส่วนการปรับลดพนักงาน น่าจะมีการทยอยเปิดโครงการเกษียณก่อนกำหนด นำมาสู่ค่าใช้จ่ายชดเชยที่บริษัทต้องจ่าย ก่อนที่ได้ประโยชน์รายจ่ายพนักงาน ซึ่งจะลดลงเป็น 17% ของต้นทุน จากปัจจุบันอย่างน้อย 20% ทั้งนี้รายจ่ายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยอาจต้องทบทวนปรับลดประมาณการปี 2558-2559 หลังทราบรายละเอียดแผนที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าหากการปรับใช้แผนสำเร็จ จะช่วยให้บริษัทกลับมาสร้างกำไรต่อเนื่องได้

บล.เออีซีชี้จุดอ่อนบินไทยขาดทุน

ส่วนนักวิเคราะห์ บล.เออีซี กล่าวว่าแผนฟื้นฟูการบินไทย ก่อให้เกิดอานิสงส์ระยะสั้นกับราคาหุ้นของบริษัท ทั้งนี้ ประเมินว่าแผนที่จะมีนัยสำคัญต่อมุมมองการลงทุนในหุ้นการบินไทย คือการลดจำนวนพนักงาน เนื่องจากเป็นที่เข้าใจกันว่าสหภาพฯการบินไทย มีความเข้มแข็งมาก ส่วนแผนการปรับโครงสร้างขั้นตอนอื่นๆ ก็ยังต้องติดตามต่อ ในแง่ของคำแนะนำลงทุน ฝ่ายวิจัยยังไม่แนะนำให้ลงทุน การบินไทย เนื่องจากยังมีหุ้นกลุ่มสายการบินและขนส่งบริษัทอื่นที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งกว่า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบการบินไทยกับสายการบินอื่นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ประเมินว่าการบินไทยยังมีจุดอ่อนเรื่องผลประกอบการที่ยังขาดทุนอยู่ ฐานะการเงินยังอ่อนแอ เป็นบริษัทเดียวที่ยังไม่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ลดลง เนื่องจากใช้การประกันความเสี่ยง (hedging) ต้นทุนน้ำมันที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยบล.เออีซี ได้ประเมินแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มขนส่ง ประกอบด้วยกลุ่มสายการบินและเดินเรือ พบว่า มีแนวโน้มกำไรสุทธิเติบโต 300% ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันที่ลดลง ทำให้ต้นทุนขนส่งลดลงค่อนข้างมาก แนะนำให้นักลงทุนเลือกลงทุนในหุ้นทันที่มีผลประกอบการเป็นกำไร มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน

ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นวานนี้ (27 ม.ค) การบินไทย ปิดการซื้อขายที่ 15.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 3.36% มูลค่าการซื้อขาย 121.01 ล้านบาท