เปิดกลยุทธ์เพิ่มมูลค่า'ท้องถิ่น'บูมเที่ยวอีสาน6.5หมื่นล้าน

เปิดกลยุทธ์เพิ่มมูลค่า'ท้องถิ่น'บูมเที่ยวอีสาน6.5หมื่นล้าน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ"อีสาน" ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นอันดับ2รองจากกรุงเทพฯ

แต่ "โจทย์ใหญ่" คือค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อหัวต่ำกว่าภูมิภาคอื่น ทำให้รายได้ไม่เติบโตเท่าที่ควร โดยอุปสรรคสำคัญ คือการต้องพึ่งตลาดในภูมิภาคเดียวกันเป็นหลัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากต่างภูมิภาคมองว่าภาคอีสาน ยัง “ห่างไกล” ทำให้สิ้นเปลืองเวลาเดินทาง อีกทั้งการมีพื้นที่กว้างขวาง ทำให้การเดินทางเชื่อมต่อจังหวัดต่างๆ เป็นไปได้ลำบาก

ที่สำคัญคือภาพการรับรู้ต่ออีสานยังถูกมองว่า “แห้งแล้ง” นับเป็นงานท้าทายสำหรับเป้าหมายการกระตุ้นรายได้ให้เพิ่มเป็น 6.5 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตถึง 14.74% ในปี 2558

สมฤดี ชาญชัย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคอีสานเริ่มมีปัจจัยบวกมากขึ้น จากจำนวนเที่ยวบินโลว์คอสต์ทั้งไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทย ไลอ้อนแอร์ และบางกอกแอร์เวยส์ ที่หันมาจับเส้นทางเชื่อมต่อสู่ภาคอีสานมากขึ้นรวมกว่า 400 เที่ยวต่อสัปดาห์

ที่สำคัญคือ ผู้ประกอบการในพื้นที่มีความพร้อมมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อธุรกิจท่องเที่ยว เช่น โรงแรมจากคนรุ่นพ่อ และหันมารับผิดชอบโดยตรงในฐานะธุรกิจหลักของครอบครัว เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการลงทุนรุ่นแรก ซึ่งมาจากเจ้าของกิจการอื่นๆ เช่น โรงไม้ โรงสี บริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ แล้วหันมาจับธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มเติม

บูติค-เชนโรงแรม"บูม"

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงเริ่มเห็นการพัฒนาบริการด้านท่องเที่ยวหลากหลาย มีโรงแรมบูติคและแบรนด์โรงแรมที่ได้มาตรฐานเปิดให้บริการในจังหวัดใหญ่ที่มีสายการบินเข้าถึงมากขึ้น อาทิ เขาใหญ่ ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี รองรับกำลังซื้อคนรุ่นใหม่ทั้งจากในไทยและต่างประเทศ อาทิ กลุ่มกำลังซื้อสูงจากประเทศลาว ที่นิยมข้ามแดนเข้ามาจับจ่ายสินค้าและท่องเที่ยวในจังหวัดตะเข็บชายแดน

ปัจจัยสำคัญ คือแนวคิดการตลาดใหม่มาช่วยพัฒนาสินค้าชุมชน"โอท็อป"ให้มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มผ้าฝ้ายและผ้าไหม ที่เป็นหนึ่งในเส้นทาง “รอยไหม ใยฝ้าย เสน่ห์อีสานผ่านผืนผ้า” ซึ่ง ททท.วางเป้าส่งเสริมให้คนมาท่องเที่ยวตามรอย พร้อมชอปปิงเป็นของฝากกลับบ้าน ถือเป็นหนึ่งในความพยายามยกระดับ "รายได้" ด้วยการนำสินค้าเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่

นอกจากนี้ยังเฟ้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ลบภาพ "ความแห้งแล้งในแบบเดิม" ได้แก่ ทะเลบัวแดง ใน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ที่เริ่มเปิดตลาดมาตั้งแต่ปี 2554 เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาสัมผัสอากาศหนาวได้มาชมธรรมชาติบึงบัวแดงในทุกๆเดือน ธ.ค.-ก.พ. ปีนี้ร่วมมือกับสายการบินบางกอกแอร์เวยส์ จำหน่ายแพ็คเกจราคาพิเศษช่วงวันธรรมดา เพื่อกระตุ้นให้คนไทยกระจายตัวจากช่วงวันหยุด โดยมีราคาเป็นแรงดึงดูดใจคาดว่าตลอดโครงการจะมีนักท่องเที่ยวผ่านสายการบินดังกล่าวราว 17,000 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 42 ล้านบาท

"ผลที่ได้มากกว่าจากการโปรโมทและพัฒนาร่วมกับท้องถิ่น คือการทำให้ชาวบ้านมีรายได้ต่อเนื่องและยั่งยืน"

ปัจจุบันมีการให้บริการเรือใหญ่และเล็กกว่า 148 ลำ รับส่งนักท่องเที่ยว พร้อมกับกระจายกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเพิ่มวันพัก อาทิ การชมนก และปั่นจักรยานรอบทะเลบัวแดงซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางกว่า 1 หมื่นไร่ คาดว่าตลอดเทศกาลปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาชมทะเลบัวแดงกว่า 1 ล้านคน

ด้าน เพลินพิศ โกศลยุทธสาร ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ส่วนวางแผนกลยุทธ์ส่งเสริมการขาย บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบางกอกแอร์เวยส์ ได้เข้ามาเปิดเส้นทางสู่ อุดรธานี เนื่องจากเห็นศักยภาพการเติบโตของแหล่งท่องเที่ยว ที่สามารถตอบสนองลูกค้าในเส้นทางที่บางกอกแอร์ฯ มีพันธมิตรสายการบินต่างประเทศ สามารถนำเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มเติมได้ โดยจะเริ่มทดลองเปิดตลาดนำนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่น มาช่วยเสริมรายได้ท่องเที่ยวของชุมชนอีกทางในปีนี้ เริ่มนำร่องจากคนญี่ปุ่นที่มีถิ่นพำนักในไทย (Expat) นำกลุ่มครอบครัวมาทดสอบผลิตภัณฑ์ รวมถึงการเชิญสื่อมวลชนและบล็อกเกอร์จากญี่ปุ่นมาสำรวจเส้นทาง เพื่อนำเนื้อหาไปเผยแพร่ ก่อนจะขยายผลเป็นแพ็คเกจพร้อมขายต่างประเทศต่อไป

ชูกิจกรรมโปรโมท'อีสานกลาง'

ความท้าทายในการทำตลาดภาคอีสานก็ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการพัฒนา “อีสานกลาง” ประกอบด้วย ชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม

สมฤดี กล่าวว่าที่ผ่านมาแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ประสบปัญหาขาด "จุดขาย" ที่ชัดเจน ดังนั้นเมื่อทำการวิจัยและสำรวจตลาด จึงพบว่ามีจุดเด่นคือ “ธรรมชาติและวัฒนธรรม” ทำให้เร่งหา “จุดเชื่อมโยง” ในการพัฒนาสินค้าในพื้นที่และขับเคลื่อนการตลาดของกลุ่มจังหวัดนี้ให้เติบโตไปพร้อมๆกัน

หนึ่งในโครงการสำคัญ คือการสร้างกิจกรรมแข่งขันจักรยาน “ทัวร์ ออฟ อีสาน” ที่เข้ามาตอบนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่จะบูรณาการเรื่องท่องเที่ยวและกีฬาไว้ด้วยกัน ผ่านการส่งเสริม “การท่องเที่ยวด้วยจักรยาน” ซึ่งตามแผนจะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 สเตจๆ ละ 300 คน เชื่อมโยง 5 เส้นทาง ได้แก่ เลย นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี และบึงกาฬ ระหว่างปลายเดือน เม.ย.-ก.ย.นี้

วางเป้าหมายว่านักแข่งจักรยานที่เข้าร่วมกิจกรรม จะช่วยเผยแพร่ความงดงามของการท่องเที่ยวอีสานผ่านการแชร์ข้อมูลระหว่างการแข่งขันบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ และสามารถจูงใจให้ผู้ติดตาม ซึ่งเป็นคนรักกีฬาจักรยานและนักท่องเที่ยวได้เห็นภาคอีสานในมุมมองใหม่ๆ

"กลุ่มนักปั่นจักรยาน มีพฤติกรรมใช้โซเชียลมีเดีย ที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่ การแชร์ข้อมูลผ่านเครือข่ายสังคมทำได้รวดเร็วและมีอิทธิพลจูงใจในกว้างขวาง"

ดังนั้นในการแข่งขันครั้งนี้ จะร่วมมือกับชุมชนที่เป็นเจ้าภาพในการสร้างลูกเล่นเป็นสีสันระหว่างการแข่งขัน เช่น ใช้ธีมผีตาโขน มาใช้ในจุดแวะพักและถ่ายรูปต่างๆ สร้างความน่าสนใจและแตกต่างให้กับการท่องเที่ยว นอกเหนือจากการชมความสวยงามของธรรมชาติของอีสาน