เรียกถกคดีคาร์บอมบ์เบตง-รับมือเหตุการณ์ร้าย

เรียกถกคดีคาร์บอมบ์เบตง-รับมือเหตุการณ์ร้าย

ผบ.ฉก.ยะลาเรียกถกเร่งรัดคดีคาร์บอมบ์เบตง พร้อมสั่งการรับมือการก่อเหตุรุนแรงในวันสำคัญเชิงสัญลักษณ์

ที่ห้องประชุม สภ.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา พ.อ.จิรเดช กมลเพ็ชร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พล.ต.ต.สาคร ทองมุนี รอง ผบช.ศชต พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล ผบก.ภ.จว.ยะลา เรียกประชุมหัวหน้าสถานีตำรวจฝ่ายสืบสวนและปราบปรามในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เพื่อเร่งรัดคดีและวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ หลังเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์หน้าโรงแรมฮอลิเดย์ฮิอล์ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลาเมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน เป็นการสั่งการให้ในพื้นที่ เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรับมือการสร้างสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งมีวันสำคัญเชิงสัญลักษณ์ เช่น วันสถาปนาเบอร์ซาตู และวันประกาศเอกราชของประเทศมาเลเซีย โดยให้มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดให้แน่นหนาขึ้น และหมุนเวียนกำลังครอบคลุมทุกพื้นที่ สำรวจท่อลอดที่อาจฝังระเบิด และการปิดล้อมตรวจค้นติดตามจับกุมและปฏิบัติตามกฏหมายในพื้นที่เป้าหมาย

ส่วนความคืบหน้า กรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.เบตงนั้น หลังเกิดเหตุ พ.อ.จิรเดช กมลเพ็ชร รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พล.ต.ต.สาคร ทองมุนี รอง ผบช.ศชต พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล ผบก.ภ.จว.ยะลา และหัวหน้าชุดทีมสืบสวนคดีสำคัญในพื้นที่ ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ได้เร่งดำเนินการติดตามตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ

โดยพุ่งเป้าแกะรอยจากรถตู้คันที่ถูกคนร้ายปล้นไป และได้ออกหมายจับประกอบด้วยนายอาบะห์ เจ๊ะอาลี ตามหมายจับเลขที่ 270/57 ลงวันที่ 26 ก.ค.และนายมะกอเซ็ง เจะมะ ตามหมายจับเลขที่ 269/57 ลงวันที่ 26 ก.ค.เนื่องจากมีพยานเห็นคนร้ายสองคนนี้เป็นผู้ลงมือปล้นโดยสารสายยะลา - หาดใหญ่ หมายเลขทะเบียน 10-1019 แล้วนำก่อเหตุในพื้นที่ อ.เบตง และนำรถยนต์ประกอบระเบิดคาร์บอมบ์ไปจอดบริเวณ จุดเกิดเหตุ ก่อนจะทิ้งรถตู้คันดังกล่าวไว้บนถนนสาย 410 ยะลา-เบตง บริเวณบ้าน กม.32 ก่อนจะพากันหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ขณะนี้ มีความคืบหน้าและรู้ตัวคนร้ายอีก 1 คนที่หลบหนีแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในเชิงลึกได้ และขอเวลาให้เจ้าหน้าทีได้ปฏิบัติงานก่อน

นายสกุล เล็งลัคน์กุล รองประธานหอการค้าจังหวัดยะลา กล่าวว่า ขณะนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ ยังคงเดินทางมาเที่ยวที่เบตงตามปกติ แต่ยอดนักท่องเที่ยวอาจลดลงไปบ้าง คาดว่าเป็นเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น เพราะทุกภาคส่วนได้ร่วมมือในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ และเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวให้กลับคืนมา อีกทั้งได้ทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนมาเลเซีย เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยืนยันว่าในพื้นที่อำเภอเบตง ยังมีความปลอดภัย