SET INDEX เข้าสู่การพักฐาน

SET INDEX เข้าสู่การพักฐาน

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐฯ และยุโรป (24 - 30 ก.ค. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวลงโดย DJIA -1.2%, DAX -1.6%, CAC ฝรั่งเศส -1.5% และ FTSE -0.4% หลัง EU และสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย เนื่องจากสถานการณ์รุนแรงในยูเครนยังไม่คลี่คลายลง ขณะที่การประชุมเฟดลดวงเงิน QE ลงอีก US$1 หมื่นล้าน เหลือ US$2.5 หมื่นล้าน เป็นไปตามคาดของตลาดพร้อมทั้งคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0-0.25% ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในสัปดาห์นี้ไม่มีความชัดเจน GDP 2Q57 ของสหรัฐฯเติบโต +4% qoq สูงกว่าคาดการณ์ของตลาด แต่ ADP รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน เดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 2.18 แสนตำแหน่ง น้อยกว่าคาดการณ์ที่ 2.38 แสนตำแหน่ง

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (24 - 30 ก.ค. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นแรง 4.9% JPMorgan ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นจีนสู่ Neutral จากเดิมที่ Underweight หลังรัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของนักลงทุน ผ่านมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปรับลด RRR, เร่งการใช้จ่ายสาธารณูปโภคและผ่อนคลายการควบคุมตลาดอสังหาฯ นอกจากนี้ PetroChina และ ICBC ปรับตัวขึ้นหลังรัฐบาลเรียกร้องต่อการเปิดอุตสาหกรรมเพื่อการลงทุนของภาคเอกชนเพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มพลังงานที่ขยับขึ้น หลังทางการจีนประกาศเพิ่มมาตรการตรวจสอบการคอร์รัปชัน เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (24 - 30 ก.ค. 2557)

SET INDEX เข้าสู่การพักฐาน นำโดยแรงขายหุ้นหลักในกลุ่มธนาคาร / ICT ถูกลดน้ำหนักการลงทุนอย่างโดดเด่น ส่งผลให้ SET INDEX ลงสู่แนวรับสำคัญ 1,500 จุดระหว่างสัปดาห์ อย่างไรก็ตามสามารถเกิด Technical Rebound ได้ โดยหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็นบวกเฉพาะขยับขึ้นเด่น เช่น CK, SIM รวมถึงหุ้นหลักในกลุ่มธนาคาร SET INDEX ณ วันที่ 30 ก.ค. ปิดที่ระดับ 1,518.79 จุด ลดลง 22.77 จุด หรือ -1.48%

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (1 - 7 ส.ค. 2557)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนในสัปดาห์หน้าเป็น “กลาง” เพราะในช่วงปลายสัปดาห์หน้าติดวันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย อาจทำให้นักลงทุนในประเทศชะลอการลงทุน ประเมินกรอบการแกว่งของ SET INDEX ระหว่าง 1,500/10 - 1,535/40 จุด ภายใต้ความผันผวนของ SET INDEX ที่เริ่มจำกัดมากขึ้น เมื่อสถาบันภายในประเทศมีแนวโน้มชะลอการขาย เพื่อ lock-in-profit แต่อาจเห็นแรงซื้อหุ้นขนาดกลางกลับมาได้ จากเม็ดเงินใหม่ของกองทุน Trigger Fund จาก UOBAM ที่ปิดการขายไปในวันที่ 29 ก.ค. วงเงิน 2.0 พันล้านบาท

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้าได้แก่

1. โครงสร้างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ภายในต้นเดือนส.ค.

2. การทยอยประกาศงบ 2Q57 ของกลุ่มที่ไม่ใช่ธนาคาร ซึ่งจะสิ้นสุดการประกาศงบในวันที่ 15 ส.ค.

3. ติดตามการประชุมธนาคารกลางที่สำคัญ

a. กนง. วันที่ 6 ส.ค. MBKET คาดคงอัตราดอกเบี้ย RP1 วันที่ 2.00% ไปจนถึงสิ้นปีนี้

b. ECB / BoE วันที่ 7 ส.ค. : คาดว่าคงนโยบายการเงิน แต่จับตา BoE อาจส่งสัญญาณพร้อมขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้

4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐฯ, ดัชนี PMI ภาคการผลิตในอียู - จีน - ญี่ปุ่น และ อัตราเงินเฟ้อในไทย

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนช่วงสั้น MBKET คงแนะนำ “Swing Trade หรือ ขึ้นแรงขาย / ลงซื้อ” เน้นหุ้นที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 2Q57 เติบโตเด่น qoq และ/หรือ yoy เป็นหลัก รวมถึงหุ้น Laggard ที่ราคาหุ้นขึ้นมาช้ากว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม

---------------------------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ