เล็ง'แก้ไข-บังคับใช้'กม.ทรัพย์สินทางปัญญา

เล็ง'แก้ไข-บังคับใช้'กม.ทรัพย์สินทางปัญญา

คสช.เล็ง"แก้ไข - บังคับใช้"กฎหมายเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาของไทย ให้มีความเป็นสากล

นายบุญฤทธิ์ กัลยาณมิตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลการประชุมเรื่องการแก้ไขปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และได้มอบให้กระทรวงพาณิชย์แก้ไขปัญหาด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยเร่งด่วน เพื่อให้มาตรการและการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยมีความเป็นสากล และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้สร้างสรรค์และนักลงทุน โดยเฉพาะ เมื่อสหรัฐฯ ได้ประกาศจัดอันดับสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาไทยเป็นประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา301 พิเศษ เมื่อปลายเดือนเมษายน 2557

นายบุญฤทธิ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอแนวทางการดำเนินการด้านทรัพย์สินทางปัญญาใน 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่ 1 การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เช่น กฎหมายเอาผิดผู้แอบถ่ายใน โรงภาพยนตร์ กฎหมายยกระดับการคุ้มครองงานลิขสิทธิ์บนอินเตอร์เน็ต กฎหมายให้อำนาจศุลกากรตรวจจับสินค้าละเมิดที่เป็นสินค้าผ่านแดน และผ่านลำเรือ กฎหมายความลับทางการค้า กฎหมายเอาผิดเจ้าของพื้นที่ที่จำหน่ายสินค้าละเมิด กลุ่มที่ 2 การบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงการละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าบนอินเตอร์เน็ต และบนเคเบิ้ลทีวี และสัญญาณดาวเทียม กลุ่มที่ 3 เรื่องอื่นๆ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและจดทะเบียนสิทธิบัตร การเปิดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหาด้านสาธารณสุขของไทย

นายบุญฤทธิ์ กล่าวต่อว่า พล.อ.ฉัตรชัย ได้ย้ำถึงนโยบายของ คสช. ที่ให้ความสำคัญของการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของไทยไปสู่ความเป็นสากล และได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น ดำเนินการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในพื้นที่ทั่วประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยห้ามเจ้าหน้าที่ของทุกหน่วยงานเรียกร้องผลประโยชน์จากผู้กระทำละเมิด และให้หน่วยงานที่มีอำนาจในการจับกุมรายงานผลการปฏิบัติงานต่อ คสช. ทุกเดือน รวมทั้ง เร่งนำร่างแก้ไขกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่สำคัญเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวาระแรก ซึ่งจะช่วยให้มาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยเป็นสากลมากขึ้น ตลอดจนเร่ง เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและจดทะเบียนสิทธิบัตร โดยให้ถือเป็นนโยบายสำคัญของ คสช. ที่จะต้องดำเนินการในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยพัฒนาสู่ความเป็นมาตรฐานสากล สร้างความเข้าใจต่อนานาประเทศในความมุ่งมั่นในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย และสามารถเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันทางการค้า สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการด้วยทรัพย์สินทางปัญญาต่อไป