บลจ.ไทยพาณิชย์ ออกกองไทยแลนด์รีคอฟเวอรี่ ทริกเกอร์

บลจ.ไทยพาณิชย์ ออกกองไทยแลนด์รีคอฟเวอรี่ ทริกเกอร์

บลจ.ไทยพาณิชย์มั่นใจหุ้นไทย ออกกองไทยแลนด์รีคอฟเวอรี่ ทริกเกอร์ 3×3 ฟันด์ ตั้งเป้าผลตอบแทน 9 % ใน 9 เดือน

นายสมิทธ์ พนมยงค์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมที่จะออกกองทุนใหม่ซึ่งเป็นกองทุนประเภททริกเกอร์ที่ลงทุนในหุ้นไทย คือกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ไทยแลนด์รีคอฟเวอรี่ ทริกเกอร์3×3 ฟันด์ (SCB Thailand Recovery Trigger 3×3 Fund ) อายุประมาณ 9 เดือน มูลค่า1,500 ล้านบาท โดยเสนอขายระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2557 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท

สำหรับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ไทยแลนด์รีคอฟเวอรี่ ทริกเกอร์3×3 ฟันด์ มีนโยบายลงทุนในหุ้นแบบไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุน โดยมีกลยุทย์ลงทุนแบบเชิงรุก (Active Managed) จะเลือกลงทุนหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ก่อน เช่น กลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เนื่องจากเห็นว่ากำลังซื้อของผู้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีอยู่ แต่ทั้งผู้ประกอบการและผู้ลงทุนต่างรอความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้เริ่มกลับมาหลังรัฐประหารเห็นได้จากตัวเลข presale ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

ขณะเดียวกันภาคธนาคารคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจที่เริ่มเดินหน้าต่อจากโครงการสนับสนุนและการลงทุนของรัฐบาล จะเห็นได้ว่าช่วงครึ่งปีหลังธนาคารได้เริ่มระดมเงินฝากเพื่อขยายสินเชื่อเพื่อรองรับเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัว ปัยจัยพื้นฐานเหล่านี้สนับสนุนให้ราคาหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวปรับตัวขึ้นได้ก่อนตลาดโดยรวม

นอกจากนี้กองทุนยังสามารถใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดขาลงได้อีกด้วย

ทั้งนี้กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ไทยแลนด์รีคอฟเวอรี่ ทริกเกอร์3×3 ฟันด์ คาดผลตอบแทนประมาณ 9% ภายใน 9 เดือน โดยจุดเด่นคือมีการทริกเกอร์ 3 ครั้งๆละ 3% เพื่อให้ผู้ลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนระหว่างทาง เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนเข้าเงื่อนไขตามที่กำหนด

อย่างไรก็ตามในกรณีที่กองทุนไม่ทริกเกอร์ตามกำหนดในระยะเวลา 9 เดือนกองทุนจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหน่วยสามารถขายคืนหน่วยได้หรือเลือกถือต่อเพื่อขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนถึงเกณฑ์ที่กำหนด

นายสมิทธ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มมีการเติบโตและคาดว่าจะกลับมาเติบโตได้ในระดับปกติ 4-5% ในปี 2558 จากการลงทุนต่างๆของทางภาครัฐและความมั่นใจในการบริโภคภายในประทศที่จะฟื้นคืนมา ตลอดจนการทยอยปรับขึ้นประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนตามกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่เริ่มเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง 2557ถึงปี2558ช่วยสนับสนุนให้ภาวะการลงทุนเป็นขาขึ้นต่อไปได้ ขณะที่ปริมาณหุ้นไทยในมือนักลงทุนต่างชาติลดลงมากทำให้แรงขายลดลง และราคาหุ้นในตลาดไทยยังมีการซื้อขายกันในระดับต่ำกว่าประเทศในแถบภูมิภาค