บินไทยเจาะลูกค้าองค์กรกู้วิกฤติครึ่งปีหลัง

บินไทยเจาะลูกค้าองค์กรกู้วิกฤติครึ่งปีหลัง

"ร.อ.สุรพล"เผย ผลประกอบการ6เดือนแรกต่ำกว่าเป้า ชี้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อทำแผนเร่งด่วนกู้วิกฤติ

ร.อ.สุรพล อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงแผนเร่งด่วนในการหารายได้ช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้การบินไทยพ้นจากภาวะวิกฤติ ว่า เป้าหมายคือการทำรายได้เพิ่ม 3 พันล้านบาทและลดค่าใช้จ่าย 4 พันล้านบาท จึงต้องปรับกลยุทธ์การตลาดโดยให้ความสำคัญกับการขายตั๋วกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ (Corporate sales) ให้มากขึ้น เพราะรายได้จากการขายในประเทศถือเป็นรายได้หลัก

นอกจากนี้ ลูกค้ากลุ่มองค์กรยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มีการเดินทางอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์ที่จะนำมาใช้คือดูความต้องการของลูกค้าองค์กรแต่ละราย เพื่อเสนอบริการที่ตรงความต้องการให้มากที่สุด รวมทั้งการเสนอเงื่อนไขตั๋วโดยสารราคาพิเศษเพื่อจูงใจให้ใช้บริการการบินไทย ซึ่งมั่นใจว่าบริษัทขนาดใหญ่ของไทยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้การบินไทยพ้นจากภาวะวิกฤติ

"จะเร่งเพิ่มสัดส่วนการขายตั๋วโดยสารและบริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ตั้งเป้าภายในปีนี้จะเพิ่มเป็น 30% จาก 11% ในปัจจุบัน ซึ่งรายได้ส่วนนี้เป็นของการบินไทยเต็มจำนวน และผู้โดยสารสามารถเข้าถึงได้โดยตรง จึงต้องปรับปรุงให้มีความสะดวกรวดเร็ว ง่ายต่อการใช้บริการ"

ขณะเดียวกัน การบินไทยจะเพิ่มจุดให้บริการสำหรับเส้นทางบินในประเทศ ตามนโยบายของพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ประธานกรรมการการบินไทย ซึ่งเห็นว่าผู้โดยสารในประเทศส่วนใหญ่นิยมใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมือง เพราะมีความสะดวกสบายมากกว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การบินไทยจึงควรเพิ่มจุดให้บริการเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งผู้โดยสารและเพิ่มรายได้ และตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.นี้ สายการบินไทยสมายล์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการบินไทย จะย้ายเที่ยวบินในประเทศ 3 เส้นทางมาให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อเป็นการนำร่อง คือ กรุงเทพฯ - ภูเก็ต ให้บริการวันละ 2 เที่ยวบิน กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ให้บริการวันละ 3 เที่ยวบิน และกรุงเทพฯ - ขอนแก่น ให้บริการวันละ 3 เที่ยวบิน รวมทั้งหมด 56 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

สาเหตุที่นำร่อง 3 เที่ยวบินดังกล่าว เพราะเป็นเส้นทางที่มีการเชื่อมต่อเที่ยวบินไม่มากนัก และในระยะแรกหรือในช่วงเดือนส.ค.นี้ ไทยสมายล์จะมีโปรโมชั่นตั๋วโดยสารราคาพิเศษสำหรับ 3 เส้นทางบินดังกล่าว เพื่อจูงใจผู้โดยสาร และในระยะต่อไปเที่ยวบินทั้งหมดของไทยสมายล์จะเปิดให้บริการที่ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยจะผนึกกำลังกับสายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริษัทลูก เพื่อแข่งขันกับสายการบินไทยแอร์เอเชียอย่างเต็มรูปแบบ และคาดว่าปริมาณผู้โดยสารไทยสมายล์จะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20%

"การย้ายไทยสมายล์มาให้บริการที่ดอนเมือง จะทำให้ต้นทุนลดลง เพราะอัตราค่าบริการ ค่าเช่าพื้นที่ และค่าธรรมเนียมต่างๆที่ดอนเมืองต่ำกว่าสุวรรณภูมิ ทำให้ค่าตั๋วของไทยสมายล์จะลดลงจากปัจจุบัน สามารถแข่งขันกับสายการบินต้นทุนต่ำได้ เพราะผู้โดยสารจะได้บริการที่คุ้มค่ามากกว่า"

ส่วนการเพิ่มรายได้จากเส้นทางบินระหว่างประเทศ จะให้ความสำคัญกับตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยเส้นทางภูมิภาคจะให้ความสำคัญกับตลาดญี่ปุ่น จีนตอนใต้ และรัสเซีย ซึ่งจะเพิ่มความถี่เที่ยวบินเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดปากีสถาน ปัจจุบันสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิกยุติการให้บริการไปแล้ว จึงเป็นโอกาสดีของการบินไทยในการเพิ่มส่วนแบ่งรายได้

สำหรับตลาดยุโรป มีแผนจะเปิดจุดบินใหม่ที่เมืองดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี เพราะจุดบินแฟรงก์เฟิร์ตมีการแข่งขันสูงมาก ส่วนตลาดสหรัฐ ปัจจุบันให้บริการเส้นทางเดียว คือกรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิส ซึ่งจะแวะรับผู้โดยสารและเติมน้ำมันที่โซล ประเทศเกาหลีใต้ จึงมีความเป็นไปได้ในการฟื้นเส้นทางบินกรุงเทพฯ-นิวยอร์ก แต่จะไม่เป็นเที่ยวบินตรงเหมือนในอดีต เพราะมีระยะทางไกลเกินไป ไม่คุ้มต้นทุน โดยต้องพิจารณาจุดแวะพักให้เหมาะสมว่าควรเป็นที่ใด คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้

ขณะที่การเพิ่มรายได้จากการขนส่งสินค้านั้น ปัจจุบันการบินไทยมีเครื่องบินขนส่งสินค้า (Freighter) จำนวน 2 ลำ ให้บริการตลาดภูมิภาคเป็นหลัก ซึ่งปัญหาคือปริมาณสินค้าในเที่ยวกลับมีไม่มากนัก จึงมีแผนร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เช่น กลุ่มดีเอชแอล กลุ่มยูพีเอส กลุ่มทีเอ็นที ซึ่งรูปแบบความร่วมมือเป็นไปได้หลายแนวทาง เช่น การให้พันธมิตรบริหารจัดการพื้นที่ระวางและแบ่งรายได้ให้การบินไทย ซึ่งจะเร่งหาข้อสรุปในเร็วๆนี้

ด้านการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่หรือดีดีของการบินไทยใหม่นั้น นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา กล่าวว่า หลังปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้สนใจยื่นใบสมัครเพียง 2 คน เป็นบุคคลภายนอกทั้งคู่ ซึ่งเห็นว่าผู้สนใจสมัครน้อยเกินไป จึงจะเสนอที่ประชุมบอร์ดวันที่ 14 ส.ค.นี้ ให้อนุมัติขยายระยะเวลารับสมัครออกไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้มีจำนวนผู้สมัครอย่างน้อย 5-6 ราย

การขยายเวลารับสมัคร อาจทำให้การสรรหาไม่สามารถสรุปได้ภายในเดือนก.ย. 2557 ตามกรอบเวลาเดิม แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของการบินไทย เพราะบอร์ดได้แต่งตั้งพล.อ.อ. ศิวเกียรติ์ ชเยมะ กรรมการ มากรักษาการแล้ว

สำหรับคุณสมบัติของดีดีคนใหม่ ควรต้องมีความสามารถในการบริหาร เพราะปัญหาใหญ่ของการบินไทยคือต้นทุนสูงมาก ต้องหาแนวทางปรับลดลงให้การบินไทยสามารถแข่งขันได้และต้องมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการตลาดด้วย

ส่วนการสรรหารองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี หรือซีเอฟโอ จะปิดรับสมัครวันที่ 15 ส.ค.นี้