Company Focus:BANPU_310757

Company Focus:BANPU_310757

แนวโน้มกำไร 2Q57 อ่อนตัวแรง

ผลกระทบทางฤดูกาลกระทบยอดขายถ่านหิน

ผลประกอบการ 2Q57 จะมี Hedging Gain เพียง 100 – 200 ล้านบาท ลดลงจาก 1Q57 ที่รับรู้กว่า 1.1 พันล้านบาท ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิจะลดลง 64%QoQ มาอยู่ที่ 656 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติยังลดลงจาก (1) ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยทรงตัวอยู่ที่ 71 เหรียญต่อตัน (2) ยอดขายถ่านหินรวม (CEY และ ITMG) อยู่ที่ 10.2 ล้านตัน ลดลง 7%QoQ เนื่องจากอินโดนีเซียอยู่ในช่วงฤดูฝน เป็นอุปสรรคต่อการทำเหมืองถ่านหิน ขณะที่ CEY มีการย้ายอุปกรณ์ตามแผน และ (3) อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 34% จากผลกระทบของการย้ายอุปกรณ์ และยอดขายจาก DEY ที่ลดลง

ยังมีโอกาสเห็น ASP ของ BANPU ลดลง

เราคาดว่าราคาถ่านหินใน 2H57 ยังมีแนวโน้มลดลงจากอุปทานส่วนเกินและปริมาณสำรองถ่านหินของโรงไฟฟ้าในจีนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ทำให้เรายังไม่เชื่อว่า Demand ถ่านหินจะกลับมาฟื้นคัวในระยะสั้น ประกอบกับราคาถ่านหินในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ปรับลดลงกว่า 21% (เทียบกับราคาปิดสิ้นปี 2556) จะกดดันการฟื้นตัวของราคาถ่านหิน (ASP) ของ BANPU ไปถึง 1Q58 เป็นอย่างน้อย

ลงทุนใน Solar ชัดเจนใน 2H57

เรายังคงติดตามแผนการลงทุนในโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ซึ่งจากการพูดคุยกับบริษัทเมื่อวานนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน โดยเฉพาะในญี่ปุ่น บริษัทคาดว่าจะสรุปได้ภายใน 2H57 เรามองว่า ความน่าสนใจอยู่ที่การได้รับอัตราค่าไฟ ซึ่งได้จากส่งเสริมจากรัฐบาลญี่ปุ่นในรูปแบบของ Feed in Tariff (FIT) ประมาณ 36 – 40 เยนต่อหน่วย เป็นเวลา 20 ปี (ประมาณ 12 – 13 บาท) ขณะที่ความท้าทายอยู่ที่ต้นทุนโครงการที่สูง โดยเราว่าการลงทุนโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่นจะใช้เงินลงทุนประมาณ 100 – 110 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ สูงกว่าในประเทศไทย 25% - 30%

แนะนำ “ขาย”

เราเชื่อว่าราคาหุ้น BANPU ที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 10% ในรอบเดือนที่ผ่าน เป็นผลมาจากความคาดหวังต่อการลงทุนในธุรกิจใหม่ของ BANPU รวมทั้งการเก็งกำไรผลการตัดสินของคดีความโรงไฟฟ้าหงสา ซึ่งจากการสอบถามบริษัทล่าสุดยังคงรอผลการตัดสินของศาล เราคาดว่าราคาหุ้นมีโอกาสปรับลงสะท้อนการคาดหมายกำไร 2Q57 ที่ลดลง รวมทั้งมุมมองเชิงลบที่มีต่อผลประกอบการ 2H57 ขณะที่ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่สูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินไว้ที่ 27 บาท ทำให้ยังคงแนะนำ “ขาย”