อาร์เจนตินาเจรจาเลี่ยงผิดนัดชำระหนี้

อาร์เจนตินาเจรจาเลี่ยงผิดนัดชำระหนี้

"เอเซล คิซิลลอฟ"เจรจากับเจ้าหนี้กองทุนบริหารความเสี่ยงก่อนเส้นตาย ไอเอ็มเอฟคาดไม่กระทบตลาด

นายเอเซล คิซิลลอฟ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาร์เจนตินา เจรจากับเจ้าหนี้กองทุนบริหารความเสี่ยงก่อนเส้นตายเที่ยงคืน วานนี้ (30 ก.ค.) หรือ 12.00 น.ของวันนี้ (31 ก.ค.) ตามเวลาในไทย เกี่ยวกับการชำระหนี้แก่กองทุนบริหารความเสี่ยง ที่เรียกร้องเงินเต็มจำนวน ล่าสุดอาร์เจนตินาได้แรงหนุนเจรจาจากผู้ถือพันธบัตรรายอื่นที่ขอเวลาเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ ศาลแขวงนิวยอร์กตัดสินห้ามอาร์เจนตินาชำระหนี้ที่ปรับโครงสร้างแล้ว หากไม่ชำระหนี้แก่กองทุนบริหารความเสี่ยงเต็ม 1,300 ล้านดอลลาร์ แต่อาร์เจนตินา ระบุว่า การจ่ายหนี้กองทุนบริหารความเสี่ยงอาจทำให้ต้องจ่ายเงิน 100,000 ล้านดอลลาร์ แก่เจ้าหนี้ที่ตกลงลดยอดหนี้ 70% หลังจากอาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้เมื่อปี 2544

ล่าสุดบรรดาเจ้าหนี้ หรือผู้ถือพันธบัตร กล่าวว่า พร้อมละเว้นใช้สิทธิที่ได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกับกองทุน โดยมีเงื่อนไขว่าผู้พิพากษาจะต้องชะลอการตัดสินออกไป

นางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการ ไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า หากอาร์เจนตินาผิดนัดชำระหนี้ หมายความว่ากลไกที่เปิดโอกาสให้ประเทศที่ประสบปัญหาสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ต้องได้รับการทบทวน ซึ่งไอเอ็มเอฟ กำลังติดตามและวิเคราะห์ว่าอาจมีผลพวงเกิดขึ้นอย่างไรบ้างหากมีการผิดนัดชำระหนี้

อย่างไรก็ตาม หากเกิดการผิดนัดชำระหนี้ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดวงกว้าง เพราะอาร์เจนตินาค่อนข้างถูกโดดเดี่ยวจากระบบการเงินระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ หลังผิดนัดชำระหนี้เมื่อปี 2544 อาร์เจนตินาได้เจรจาจนกลับมาชำระหนี้ได้อีกครั้ง เจ้าหนี้ส่วนใหญ่เห็นพ้องปรับโครงสร้างหนี้ กรณีของอาร์เจนตินานั้นเจ้าหนี้ 92% ยอมลดมูลค่าหนี้ แต่ผู้พิพากษาสหรัฐตัดสินว่าอาร์เจนตินาไม่สามารถชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายอื่น หากไม่จ่ายหนี้แก่เฮดจ์ฟันด์ที่ไม่ยอมปรับโครงสร้างหนี้ นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า คำตัดสินของผู้พิพากษาสหรัฐทำให้เป็นการยากมากขึ้นสำหรับไอเอ็มเอฟและผู้ปล่อยกู้อย่างเป็นทางการรายอื่นในการช่วยสร้างเสถียรภาพแก่ประเทศต่างๆ ที่ประสบปัญหา

ด้านนักวิเคราะห์เตือนว่า หากเกิดการผิดนัดชำระหนี้ จะทำให้เศรษฐกิจอาร์เจนตินาที่แย่อยู่แล้วเลวร้ายลงไปอีก อาจทำให้อาร์เจนตินาถูกโดดเดี่ยวจากตลาดทุนระหว่างประเทศ