'เดลต้า'ตุนเงิน1.4หมื่นล.ฟื้นแผนซื้อกิจการยุโรป

'เดลต้า'ตุนเงิน1.4หมื่นล.ฟื้นแผนซื้อกิจการยุโรป

"เดลต้า"ปัดฝุ่นแผนซื้อกิจการในยุโรป มั่นใจไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุน เผยปัจจุบันกำเงินสดในมือกว่า1.4 หมื่นลบ.

นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างรื้อฟื้นแผนเข้าซื้อกิจการในกลุ่มประเทศยุโรปอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเข้าไปเจรจาเพื่อซื้อธุรกิจในช่วงเดือนหน้า โดยกลุ่มธุรกิจที่จะเข้าซื้อกิจการยังคงอยู่ในธุรกิจเดิมของบริษัท

"การเข้าซื้อกิจการในยุโรปเรายังมีแผนเช่นเดิม ซึ่งในเดือนหน้าเราคาดว่าจะกลับไปเจรจาอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะสำเร็จเมื่อใด แต่ธุรกิจที่เราจะซื้อนั้นก็ยังเป็นธุรกิจเดิม ในส่วนของเงินทุนเพื่อซื้อกิจการนั้น บริษัทมีเงินสดในมือประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ที่พร้อมเข้าซื้อกิจการ ทั้งนี้นโยบายของเราจะไม่ซื้อกิจการที่มีความเสี่ยง และใช้ความรอบคอบในการเข้าซื้อ"

สำหรับการลงทุนในครึ่งปีหลัง บริษัทจะเน้นลงทุนด้านเครื่องจักร และซอฟต์แวร์ เนื่องจากทิศทางแรงงานในประเทศจะเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีต้นทุนด้านแรงงานคิดเป็น 3% ของต้นทุนทั้งหมด หากเพิ่มส่วนของเครื่องจักรเข้ามา จะช่วยให้กำไรสุทธิของเราดีขึ้น แต่จะดีขึ้นเพียงเล็กน้อยไม่ถึง 1%

อย่างไรก็ตามสำหรับทิศทางธุรกิจในครั้งปีหลังเรายังมีมุมมองในเชิงบวก และน่าจะขยายตัวได้ระดับเดียวกับครึ่งปีแรก โดยตัวที่จะข้ามาขับเคลื่อนคือชิ้นส่วนรถยนต์ไฮบริด แต่ตัวที่น่าห่วง คือ สินค้าประเภทเน็ตเวิร์คที่ความต้องการลดลง เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี

ทั้งนี้เรามองว่า บริษัทยังจะสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมายที่การเติบโตของกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 5-10% ปีก่อน รักษาอัตรากำไรสุทธิที่ 12% และจะเป็นการสร้างกำไรสูงสุดในประวัติศาสตร์ปีที่ 3 ติดต่อกัน

สำหรับค่าเงินบาทที่ผันผวนและอ่อนค่าลงต่อเนื่องนั้น ไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับบริษัท เนื่องจากบริษัทมีการทำธุรกิจในรูปของเงินสกุลดอลลาร์และเงินสกุลท้องถิ่นในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงบริษัทยังทำประกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน 100 % จึงไม่ได้รับผลกระทบ แต่ในรูปของบัญชีอาจกระทบบ้าง เพราะต้องบันทึกรายการเป็นรูปเงินบาท

ด้านผลการดำเนินงาน ของบริษัทในไตรมาสที่ 2 มียอดขาย 1.09 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.7% ผลจากการขยายตัวของยอดขายในผลิตภัณฑ์เพาเวอร์ซัพพลายที่ใช้สำหรับระบบโทรคมนาคม เพิ่มขึ้นประมาณ 34.1% ส่งผลให้กำไรขั้นต้น ในไตรมาสสองของปี 2557 มีจำนวน 2,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 16.8%

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี กล่าวว่า ยอดขายไตรมาส 2 ดีกว่าที่คาด จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของยอดขายผลิตภัณฑ์ เพาเวอร์ซัพพลาย ในตลาดอินเดียและจีนยังมีความต้องการอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับงานอุตสาหกรรมและไฟฟ้าสูง ขณะเดียวกันบริษัท มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 26.9% ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 12.7% ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรเพียงครั้งเดียวประมาณ 254 ล้านบาทจากการขายบริษัท ลูก ซึ่งหากไม่รวมรายการดังกล่าวบริษัทจะมีกำไรสุทธิเติบโต 24.6%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

"ผลประกอบการดีกว่าคาด และยอดขาย ไม่ได้ลดลงอย่างที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ปกติแล้วไตรมาสสามจะเป็นช่วงไฮ-ซีซัน เราจึงคาดว่าผลประกอบการ ไตรมาสที่ 3 จะดีขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะชะลอตัว และ ในไตรมาสที่ 4 จากการตั้งสำรองสินค้าคงคลังตามปกติ"