หุ้นเบอร์ลี่วิ่งทุบสถิติ1ปีเก็งข่าวปิดดีลเวียดนาม

หุ้นเบอร์ลี่วิ่งทุบสถิติ1ปีเก็งข่าวปิดดีลเวียดนาม

"เบอร์ลี่ ยุคเกอร์" พุ่งทุบสถิติ1ปี หนุนมาร์เก็ตแตะ9.3หมื่นลบ. บริษัทเผยเหตุหุ้นวิ่ง เก็งข่าวปิดดีลเวียดนาม

การเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) พบว่า ในช่วงเดือนก.ค. ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 60.50 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี ล่าสุดอ่อนตัวลงมาปิดตลาดที่ราคา 56.00 บาท ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของหุ้นเบอร์ลี่ฯ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 2.10 หมื่นล้านบาท จากระดับ 7.19 หมื่นล้านบาทเป็น 9.30 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ กล่าวว่า การที่ราคาหุ้นบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีกลุ่มนักลงทุนเข้ามาดักเก็งกำไรข่าว เรื่องการเจรจาปิดดีลซื้อกิจการในประเทศเวียดนาม ซึ่งบริษัทยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว แต่นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นเพราะหวังว่า จะได้รับอานิสงส์ในเรื่องดังกล่าว และที่ผ่านมามีนักลงทุนได้ติดต่อสอบถามบริษัทในเรื่องความคืบหน้าดังกล่าว

ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมรายงานผลประกอบการงวดครึ่งปี จึงยังไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มาก เพราะตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลก่อนรายงานงบการเงิน

"ราคาหุ้นน่าจะเป็นเรื่องการเก็งกำไรจากข่าวลือการเทคโอเวอร์กิจการในเวียดนาม ทำให้นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้น ซึ่งบริษัทยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และยังไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้ในตอนนี้" แหล่งข่าวกล่าว

ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในครึ่งแรก ยอมรับว่า ไม่เป็นไปตามเป้า แต่ไม่รุนแรง หรือมีนัยสำคัญทำให้ต้องปรับเป้าการเติบโตใหม่ เพราะครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ครึ่งปีหลังหวังว่าทิศทางจะดีขึ้นได้เมื่อภาพรวม มีความชัดเจน และทุกครั้งที่เศรษฐกิจดี กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้น บริษัทก็จะมีผลประกอบการที่ดีขึ้นได้

สำหรับการลงทุนของบริษัท ยังเน้นลงทุนในธุรกิจต่างประเทศ มากกว่าในประเทศ เนื่องจากการลงทุนในต่างประเทศยังมีอนาคตที่ดี

ด้าน บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า แม้ผลการดำเนินงานจะยังไม่ฟื้นตัวทันทีในไตรมาส 2 ปีนี้ โดยมองว่าจะยังคงชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ประเมินว่าจะค่อยๆ ฟื้นตัว และดีขึ้นได้ในครึ่งหลังของปี โดยมีประเด็นหนุนผลการดำเนินงานดังนี้ระยะสั้น คือ เทศกาลฟุตบอลโลก ที่ผ่านมา หนุนการบริโภค โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ รวมถึงขนมขบเคี้ยว ซึ่ง เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เป็นผู้ผลิตกระป๋อง ขวด และขนมจะได้รับประโยชน์

รวมทั้ง อานิสงส์จากข้อพิพาทระหว่างจีนและเวียดนาม ในประเด็นการขุดเจาะน้ำมันน่านน้ำทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เวียดนามต่อต้านสินค้าที่มาจากจีน และหันมาบริโภคสินค้าไทย เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ มีธุรกิจขนส่งและจำหน่ายสินค้าในเวียดนาม

การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการลงทุน และการบริโภค โดยน่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมาจากทั้ง การจ่ายคืนเงินรับจำนำข้าวให้ชาวนา ส่งผลให้มีเงินกลับเข้ามาหมุนในระบบ การบริโภคกลับมาหลังจากชะงักไป และการอนุมัติงบประมาณ ทำให้ รพ. รัฐฯ เริ่มส่งคำสั่งซื้อกลับมา ซึ่งหนุนกลุ่ม Healthcare จากที่ชะลอตัวไป

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงคือ การแข่งขันของธุรกิจแก้วสูง (สัดส่วน 27%ของรายได้จากการขาย และ 63%ของรายได้กลุ่ม Packaging) จากทาง บริษัท บางกอกกล๊าส (เครือบุญรอดฯ) ซึ่งเป็นคู่แข่งด้านการผลิตแก้วมีแผนขยายกำลังการผลิต เพิ่ม Supply เข้ามาในตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันราคาขาย แต่มองว่าในประเด็นนี้ราคาหุ้นได้สะท้อนไปบางส่วนแล้ว