แนะเอกชน'กู้ยาว'ล็อกต้นทุน

แนะเอกชน'กู้ยาว'ล็อกต้นทุน

แบงก์แนะผู้ประกอบการกู้ระยะยาวล็อกต้นทุน หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยกลางปี2558 ดันเงินไหลออก

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการควรติดตามการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐที่จะมีผลต่อความเคลื่อนไหวในตลาดเงินนับจากนี้ โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยราวกลางปีหน้า ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนนับจากนี้ไปให้มีความผันผวนมากขึ้น และทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่รวมถึงประเทศไทยกระทบต่อสภาพคล่องในประเทศให้ปรับลดลงได้ รวมถึงต้นทุนดอกเบี้ยจะปรับเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีแนวโน้มการลงทุนเพิ่มขึ้น ทำให้สภาพคล่องยิ่งปรับลดลง ดังนั้นภาคธุรกิจควรเตรียมการรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ทั้งในเรื่องสภาพคล่องและต้นทุนที่จะปรับเพิ่มขึ้น ด้วยการเปลี่ยนการบริหารเงินทุนด้วยการหันมาขอสินเชื่อระยะยาวไว้เพื่อล็อกสภาพคล่องในอนาคตและต้นทุนการเงินที่จะปรับเพิ่มขึ้นแทนการใช้สินเชื่อระยะสั้นในปัจจุบัน

ในส่วนธนาคารปีนี้ยังเชื่อว่าสินเชื่อจะเติบโตได้ในระดับ 8-10% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากสถานการณ์ที่ดูดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ว่าในครึ่งปีแรกเศรษฐกิจที่จะชะลอตัวทำให้ธนาคารขยายสินเชื่อขยายตัวได้ในระดับ 2-3% ก็ตาม ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ในระดับ 3%

ทางด้านนายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีธุรกิจรายย่อยของธนาคารเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

โดยรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตถึง 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการขยายตัวของธุรกิจประกัน บัตรเครดิตและร้านค้ารับบัตร รวมถึงบัตรเอทีเอ็มและเดบิต ส่วนเงินฝากและกองทุนเติบโตได้ 7% จาก 2.24 ล้านล้านบาทในปี 2556 มาอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ขณะที่สินเชื่อรายย่อยเติบโตได้ 1% โดยเป็นการเติบโตของสินเชื่อบ้าน 1% สินเชื่อบุคคล 6% ขณะที่บัตรเครดิตหดตัวลง 2% เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลที่มีการใช้จ่ายน้อย โดยยังเชื่อว่าในปีนี้สินเชื่อรายย่อยจะเติบโตได้ตามเป้าที่ 6-9% นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายจำนวนลูกค้าใหม่ 3.3 ล้านรายในสิ้นปี โดยครึ่งปีหลังจะเน้นขยายฐานลูกค้าผ่านมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ สมาชิกสโมสรฟุตบอลและกลุ่มลูกค้าที่เงินเดือนผ่านธนาคารมากขึ้น

ในส่วนของเอ็นพีแอลยอมรับว่าปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.7% แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของระบบที่ 2.4% แนวโน้มหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น โดยที่ผ่านมาธนาคารหันมามุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปเป็นหลัก เนื่องจากสามารถปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า

ทางด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารคุมการเติบโตของสินเชื่อบุคคลไว้ที่ระดับ 6-7% แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาสินเชื่อบุคคลจะเติบโตได้ในระดับสูงถึง 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม เนื่องจากมองว่าเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงเพราะไม่มีหลักประกัน ขณะที่ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพอร์ตสินเชื่อของธนาคารยังมีไม่มากนักหรือ1.5-1.6 หมื่นล้านบาทจึงต้องการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยหลีกเลี่ยงกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำด้วยการกำหนดรายได้ขั้นต่ำลูกค้ามนุษย์เงินเดือน 15,000 บาท หากเป็นกลุ่มอาชีพอิสระต้องมีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน

“พอร์ตสินเชื่อบุคคลเราคงไม่เร่งมากปีนี้ก็คงไม่โตไปมากกว่า 1.6 หมื่นล้านบาทเท่าไร แม้ครึ่งปีแรกจะเติบโตได้ดี แต่เราคงรอปีหน้าให้เศรษฐกิจฟื้นชัดและหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ลดลง เพราะเมื่อเศรษฐกิจฟื้น รายได้ผู้บริโภคเพิ่มขึ้นสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ก็จะลดลงมาเอง”

ทางด้านนายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กล่าวว่า ธนาคารได้ออกสินเชื่อ กรุงไทย Super Easy เพื่อเสริมสภาพคล่อง เพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่าย ตามความจำเป็น โดยให้กู้กับผู้มีรายได้ประจำตั้งแต่ 18,000 บาท ที่มีอายุงาน 1 ปีขึ้นไป หรือผู้ประกอบการร้าน ค้าย่อย ที่มีรายได้ตั้งแต่เดือนละ 20,000 บาท ประกอบกิจการ 1 ปีขึ้นไป ให้วงเงินกู้ 5 เท่าของรายได้ สูงสุด 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องมีหลักประกันและไม่ต้องมีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคาร เลือกผ่อนชำระได้ภายใน 5 ปี

“ผู้กู้สามารถกู้ได้ง่าย ผ่อนสบาย และเช็คยอดหนี้ได้สะดวก โดยสามารถผ่อนชำระกี่ครั้งก็ได้ใน 1 เดือน ตามจำนวนเงินที่ธนาคารกำหนดให้ผ่อนชำระต่อเดือน ผ่านทุกช่องทางของธนาคาร สามารถตรวจสอบยอดหนี้ได้ด้วยตนเองผ่านเครื่อง ATM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยบัตร KTB Loan Convenience Card และสำหรับผู้ที่สมัครใช้บริการตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2558 ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย 18 % ต่อปี ตลอดอายุสัญญา หากสมัครหลังจากนั้น คิดอัตราดอกเบี้ย 20 % ต่อปี”

สำหรับสินเชื่อกรุงไทยธนวัฏที่ให้บริการกับลูกค้าที่มีบัญชีเงินเดือนผ่านธนาคาร ให้วงเงินกู้สูงสุด 12 เท่าของเงินเดือน คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง MRR+3.5% ต่อปี ซึ่งต่ำสุดในระบบสำหรับสินเชื่อบุคคล โดยขณะนี้มียอดสินเชื่อกว่า 110,000 ล้านบาท