สอบปากคำ'นายพล'กลาโหมปมเรียกเงินพ่อค้า

สอบปากคำ'นายพล'กลาโหมปมเรียกเงินพ่อค้า

กองปราบฯสอบปากคำ"พล.ต.เจนรณรงค์" สังกัดสนง.ปลัดกลาโหม ปมเรียกเงินพ่อค้า เจ้าตัวโต้ถูกกลั่นแกล้ง

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร ได้นำตัว พล.ต.เจนรณรงค์ เดชวรรณ หรือ “เสธ.เจมส์” ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม, 2. น.ส.นงนุช สิทธิรัตน์ อายุ 44 ปี, 3.นายปานทอง ศิริวรรณ์ อายุ 40 ปี, 4.นางจันทิมา โชติกิตติเกษม อายุ 44 ปี และ 5.น.ส.สุรัตน์ พุ่มพวง อายุ 46 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ บก.ป. เพื่อให้ปากคำ หลังจากถูกร้องเรียนว่า มีส่วนพัวพันกับการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการย่านซอยพัฒน์พงษ์ ถนนสีลม เขตบางรัก

ทั้งนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ม.พัน 3 รอ. ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก วางแผนสืบสวน โดยให้สายลับแฝงตัวมาเป็นผู้ค้า กระทั่งช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มคนมาเรียกเก็บเงินเป็นจำนวน 2,000 บาท ก่อนนำเงินไปส่งมอบให้แก่ นายทหารคนดังกล่าว ที่มานั่งรออยู่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ สน.บางรัก จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม พร้อมของกลางทั้งหมด ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่ สน.บางรัก แล้วนำตัวมาสอบสวนต่อ ที่ บก.ป.โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก

รายงานข่าวแจ้งว่าทันทีที่ พล.ต.เจนรณรงค์ เดินทางมาพร้อมรถตู้สีขาว และลงจากรถ ทางเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร ได้พยายามขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดการถ่ายภาพ หรือสัมภาษณ์ใดๆ โดยทางนายทหารที่ตกเป็นผู้ต้องหา ก็พยายามหลบเลี่ยงก่อนเข้าห้องพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.พร้อมกับพวก 4 คน

ต่อมาทางญาติของ พล.ต.เจนรณรงค์ ได้ติดตามมาถึง บก.ป.ก่อนจะระบุว่า เรื่องนี้เป็นการกลั่นแกล้งกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ กับสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อบันทึกภาพ และถ่ายเป็นคลิปวีดีโอบรรดาสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอทำข่าวด้วย

ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า คดีนี้ทาง พ.ท.บุรินทร์ ได้เชิญตัวพล.ต.เจนรณรงค์ กับพวก ซึ่งถูกร้องเรียนว่า เรียกเก็บเงินค่าคุ้มครองจากผู้ประกอบการย่านพัฒน์พงษ์ เขตบางรัก โดยกรณีนี้เป็นนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต้องการจัดการกับปัญหาดังกล่าว โดยผู้ที่ถูกล่าวหามีทั้งหมด 5 คน เป็นพลเรือน 4 คน โดยในส่วนของพลเรือนจะกักตัวไว้ที่ ห้องขัง บก.ป.ตามอำนาจ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก เป็นเวลา 7 วัน ส่วนทางนายทหารที่ตกเป็นผู้ต้องหา ฝ่ายทหารจะรับไปดำเนินการเอง โดยจะรับตัวไปควบคุมในพื้นที่ทหาร

“ สำหรับพลเรือนทั้งหมด เมื่อมีการกักตัวไว้จนครบกำหนดแล้ว ทางทหารจะใช้ดุลพินิจ ว่าข้อมูลประกอบกับพฤติการณ์ต่างๆ ของผู้ถูกกล่าวหา นั้น เข้าข่ายกระทำผิดตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าเป็นความผิด ก็จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป เมื่อพิจารณาว่าเป็นความผิด และมีการร้องทุกข์ จึงจะเริ่มกระบวนการสอบสวน จากนั้นก็จะพิจารณาเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำ ว่าใครมีพฤติการณ์เป็นอย่างไร โดยยืนยันว่าทางพนักงานสอบสวนจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามถึงความเกี่ยวข้องของ พล.ต.เจนรณรงค์ ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง กับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเรียกเก็บค่าคุ้มครองดังกล่าว ว่าทำกันมานานแค่ไหน พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า สำหรับข้อเท็จจริงต่างๆ อยู่ระหว่างตรวจสอบ พร้อมกับเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฎพบ ต่อข้อถามว่า นายทหารรายนี้ เป็นหัวหน้าขบวนการหรือไม่ พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ตรงนี้คงต้องรอให้การสอบสวนเริ่มต้นดำเนินการก่อน ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูล จึงเป็นเพียงการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนนโยบายของ คสช. โดยที่นายทหารรายนี้ ก็ยังไม่ได้ให้การใดๆ

ภายหลังจากการสอบปากคำ พล.ต.เจนรณรงค์ กว่า1 ชั่วโมง ทาง พล.ต.เจนรณรงค์ ก็ได้เดินออกจากห้องพนักงานสอบสวน ซึ่งได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากตนได้รับร้องเรียนจากผู้ค้าย่านพัฒน์พงษ์ ว่าถูกกลุ่มมาเฟียชุดเก่า เข้ามากดขี่ข่มเหง ตนจึงเข้ามาจัดการกับปัญหาโดยจัดระเบียบให้กับผู้ค้าในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้กลุ่มมาเฟียดังกล่าวเสียผลประโยชน์ จึงกลั่นแกล้งทำเรื่องร้องเรียนไปยัง คสช.เพื่อดำเนินการกับตน ซึ่งกรณีนี้ตนสามารถชี้แจงได้ และเชื่อมั่นว่าผู้บังคับบัญชาจะรับฟังข้อเท็จจริงของปัญหา

พล.ต.เจนรณรงค์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ตนคงจะต้องนำเรียนต่อ ผบ.ทบ.ต่อไป ก็อยากจะฝากกับสื่อมวลชนเพื่อเป็นช่องทาง ที่จะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อผู้บังคับบัญชา ว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของมาเฟียในพื้นที่เดิม เช่นเดียวกับปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้