แง้มดัชนีความสุขครอบครัวไทย

แง้มดัชนีความสุขครอบครัวไทย

(รายงาน) แง้มดัชนีความสุขครอบครัวไทย ความต่างคุณภาพชีวิตคน 2 จังหวัด

ในวันความสุขสากลประจำปีนี้ มีการเปิดเผยผลสำรวจขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในประเด็นเรื่องความสุข พบว่าเดนมาร์กเป็นประเทศที่มีความสุขอันดับ 1 ขณะที่ไทยมีความสุขอยู่ในลำดับที่ 36 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน

ขณะที่คะแนนเฉลี่ยพบว่า คนไทยมีคะแนนความสุขในครอบครัวเฉลี่ย 7.17 จากคะแนนเต็ม 9

เมื่อเปรียบเทียบเป็นรายจังหวัดพบว่า 10 อันดับแรกของจังหวัดที่มีความสุขในครอบครัวมากที่สุด ได้แก่ ยโสธร ได้ 8.35 คะแนน สุรินทร์ 8.03 คะแนน ตรัง 7.97 คะแนน นครพนม 7.96 คะแนน ปทุมธานี 7.85 คะแนน ยะลา 7.83 คะแนน เพชรบูรณ์ 7.77 คะแนน น่าน 7.77 คะแนน พิจิตร 7.75 คะแนน และชัยภูมิ 7.75 คะแนน

ส่วนจังหวัดที่มีคะแนนน้อยที่สุดในประเทศไทย 3 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม 5.39 คะแนน ปัตตานี 6.06 คะแนน สระแก้ว 6.10 คะแนน

นายจิตรกร ประทุมทิพย์ หัวหน้าฝ่ายวิชาการสถิติและวางแผน สำนักงานสถิติจังหวัดยโสธร กล่าวว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับกรมสุขภาพจิตได้ทำการสำรวจสุขภาพจิตของคนไทย โดยสำนักงานสถิติแต่ละจังหวัดทั่วประเทศเป็นผู้สัมภาษณ์ข้อมูลจากผู้ตอบบทสัมภาษณ์ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เพื่อประเมินความคิดเห็นและความรู้สึกของตนเองในรอบ 1 เดือนว่าอยู่ในระดับใด

จากข้อมูลดังกล่าว เมื่อเทียบค่าเฉลี่ยแล้ว จ.ยโสธร มีฐานคะแนนด้านการมีความสุขในครอบครัวสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ จากการมีพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่น

ตัวอย่างของครอบครัวที่มีพื้นฐานอบอุ่นสำหรับ จ.ยโสธร อ้างอิงได้จากครอบครัว นายมั่น สามสี อายุ 65 ปี ภูมิลำเนา ต.นาโสก อ.กุดชุม จ.ยโสธร ที่ได้รับการเสนอชื่อจากสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกครอบครัวร่มเย็นระดับจังหวัดประจำปี 2557 ด้วยการเป็นครอบครัวที่ดี โอบอ้อมอารีแก่คนทั่วไป เป็นครอบครัวที่มี 3 ช่วงอายุในครอบครัว คือ ปู่ ย่า ตา ยาย คนใดคนหนึ่ง, พ่อ แม่ คนใดคนหนึ่ง, ลูกหรือหลานคนใดคนหนึ่ง

ปัจจัยสนับสนุนของครอบครัวนี้อยู่ที่การเป็นครอบครัวที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และมีความซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบอาชีพ มีการจัดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม มีพฤติกรรมทางสังคมดี มีศีลธรรม บุคคลในครอบครัวสามัคคีกลมเกลียว เอื้ออาทรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่เคยมีปัญหาหย่าร้างหรือฟ้องร้องกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว และบุคคลในครอบครัวไม่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างร้ายแรง ไม่มีบุคคลในครอบครัวติดยาเสพติดหรือสุราหรือการพนันและอบายมุขอื่นๆ

นายมั่น ปัจจุบันประกอบอาชีพทำนาเกษตรอินทรีย์ในชุมชน ทั้งยังมีบทบาทเป็นประธานชมรมรักธรรมชาติ เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านโสกขุมปูน คณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร จ.ยโสธร ประธานคณะกรรมการกองทุนเงินล้านบ้านโสกขุมปูน

คนในครอบครัวประกอบด้วย นางบุญยัง สามสี อายุ 60 ปี ภรรยา, นางชุธิมา ม่วงมั่น อายุ 40 ปี บุตรสาว สมรสกับ นายประดิษฐ์ ม่วงมั่น อายุ 40 ปี ด.ช.ณัฐมงคล ม่วงมั่น และ ด.ญ.กมลวรรณ ม่วงมั่น หลาน

"ความรู้สึกกลมเกลียวกันภายในครอบครัว ผมมองว่านี่คือพื้นฐานสำคัญ เพราะหากในครอบครัวเกิดความผูกพันที่แน่นแฟ้น ปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นซึ่งมีที่มาทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในก็ลดน้อยลง ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง มันเป็นเหมือนภูมิคุ้มกันที่ทำให้ทุกคนมีความสุข ไม่จำเป็นต้องร่ำรวยก็มีความสุขที่เรียบง่ายได้" นายมั่น กล่าว

ส่วนที่ จ.สมุทรสงคราม ที่เกณฑ์คะแนนความสุขของครอบครัวอยู่ในระดับต่ำสุดของประเทศ ครอบครัวของ นางสงบ แสงจันทน์ อายุ 73 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่หมู่บ้านตะวันจาก ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี โดยครอบครัวของนางสงบอยู่กันเฉพาะคนชราและเด็กรวม 3 ชีวิต ในขณะที่สมาชิกวัยทำงานต้องไปทำงานต่างจังหวัด

นางสงบ กล่าวว่า มีลูกทั้งหมด 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คนทั้งหมดไม่ได้อยู่บ้านที่ จ.สมุทรสงคราม แต่ไปทำงานและพักในจังหวัดอื่น จะกลับมาเยี่ยมบ้านเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำให้ทุกวันนี้ต้องอยู่บ้านกับหลานผู้หญิงอายุ 9 ขวบ และหลานชายอายุ 6 ขวบ กิจวัตรประจำวันคือดูแลบ้าน เลี้ยงดูหลาน ยอมรับว่ามีความเครียดอยู่บ้างจากเรื่องสุขภาพด้วยอายุที่มากขึ้น แต่อีกด้านที่เป็นมุมของความสุขคือการที่ได้อยู่กับหลาน

"อายุที่มากขึ้นก็เป็นเงื่อนไขในเรื่องของสุขภาพ ต้องใส่ใจตัวเองมากกว่าเดิม เพราะถึงแม้ว่าจะอยู่กับหลาน แต่ด้วยความที่เป็นเด็กก็คงไม่สามารถไปฝากความหวังว่าจะมาดูแลเราได้ในยามป่วยไข้ ทุกวันนี้ขอเพียงไม่สร้างปัญหาต่างๆ ให้ ตั้งใจเรียนหนังสือ เชื่อฟังอยู่ในโอวาท แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับยายที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูหลานแทนพ่อ-แม่ของเด็ก" นางสงบ กล่าว

ขณะที่ นายพิสิฐ เสือสมิง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสงคราม กล่าวว่า การที่คนในวัยทำงานทิ้งถิ่นฐานไป และสภาพสังคมของท้องถิ่นกลายเป็นว่ามีเพียงคนชรากับเด็ก ประเด็นนี้ต้องมองหลายแง่ จะเห็นว่า จ.สมุทรสงคราม ไม่ได้เป็นจังหวัดที่มีการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมที่เป็นตลาดรองรับภาคแรงงาน ดังนั้นการเคลื่อนย้ายของประชากรเพื่อไปแสวงหารายได้จึงเป็นเรื่องปกติ

นางกานดา พาเจริญ เครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง กล่าวว่า ผลสำรวจความสุขที่ออกมาและพบว่าประชากรใน จ.สมุทรสงคราม มีความสุขน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับคนจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศนั้น เรื่องนี้มองได้หลายมิติ แต่ถ้ามีคนชราจำนวนมาก และคนชราเหล่านั้นให้ความสำคัญกับการยึดมั่นประเพณีท้องถิ่น ใส่ใจต่อการใช้ชีวิตตามหลักศาสนา หน่วยงานที่ทำการสำรวจก็จำเป็นที่จะต้องนำมาทบทวนกับการให้คะแนนด้วย เพราะน่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความสงบสุขในท้องถิ่นเช่นกัน

ดัชนีชี้วัดความสุขที่ออกมา แม้จะสะท้อนค่าความสุขที่มีพื้นฐานมาจากครอบครัวเหมือนๆ กัน แต่ในความเหมือนก็มีมิติที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมิติเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบในการทำสำรวจในปีถัดๆ ไป

---------------------------------

เปิดปัจจัย"ความสุข"ของคนไทย

ยูเอ็นได้ประกาศให้วันที่ 20 มี.ค.ของทุกปีเป็น "วันความสุขสากล" (The International Day of Happiness) นับตั้งตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา เพื่อรณรงค์ให้ชาติสมาชิกทั่วโลกให้ความสำคัญกับ "ความสุข" ในฐานะที่เป็นเป้าหมายพื้นฐานของชีวิต และได้เสนอให้กำหนดเรื่องของความสุขเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของนโยบายสาธารณะด้านต่างๆ รวมไปถึงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจให้เป็นไปเพื่อความผาสุกของประชาชนโดยรวม ก่อให้เกิดความเป็นธรรมและพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตทางสังคมอีกด้วย

ยูเอ็นได้สำรวจระดับความสุขใน 156 ประเทศทั่วโลกในปี 2553-2555 พบว่าประเทศที่มีความสุขอันดับ 1 ของโลก คือ เดนมาร์ก ส่วนไทยอยู่ในลำดับที่ 36 ของโลกดังที่กล่าวในตอนต้น และอยู่ในอันดับที่ 2 ในอาเซียน โดยเป็นรองสิงคโปร์ที่อยู่อันดับ 30 ของโลก

ปัจจัยความสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลก คือ การให้ค่าชี้วัดที่ฐานรายได้ การมีงานทำ ความสัมพันธ์ที่ดีและความไว้วางใจกันในชุมชน มีค่านิยมที่เอื้อต่อความสุขทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต มีความสัมพันธ์ในครอบครัว มีการศึกษา และความเท่าเทียมทางเพศและสังคม

ส่วนปัจจัยความสุขที่สำคัญในระดับบุคคล ได้แก่ การมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีความมั่นคงในอาชีพการงานและครอบครัว

สำหรับในประเทศไทย หน่วยงานที่ทำการศึกษา คือ กรมสุขภาพจิต และสำนักงานสถิติแห่งชาติ เกณฑ์ที่นำมาใช้เป็นดัชนีชี้วัดคือ ครอบครัวมีเวลาให้กัน มีสุขภาพดี ออกกำลังกายประจำ ปฏิบัติตามหลักคำสอนศาสนา หมั่นทำสมาธิ การงานมั่นคง มีรายได้ดี ไม่มีหนี้สินนอกระบบ เกษตรกรมีที่ดินทำกิน และความสุขในชีวิตที่สำคัญต้องมาจากความสุขในครอบครัว คือ ดูแลกันเมื่อคนในครอบครัวป่วยหนัก รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ในบ้าน และครอบครัวรักผูกพันกัน