SAMART - ซื้อ

SAMART - ซื้อ

กำไรฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง

ประเด็นการลงทุน

หลังจากประชุมนักวิเคราะห์ เรายังคงมั่นใจต่อการฟื้นตัวของกำไรหลักของ SAMART ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 (ถึงแม้ว่าเราจะคาดการณ์กำไรหลักที่ลดลงในช่วงไตรมาส 2/57 ก็ตาม) ซึ่งจะมีปัจจัยหนุนมาจากยอดขายสมาร์ทโฟนของ SIM ที่ยังคงเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง การเปิดประมูลงานโครงการภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/57 (ซึ่งจะไปหนุนกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 ของ SAMTEL) กำไรของ OTO ที่จะเพิ่มขึ้นจากงานขายและติดตั้งระบบศูนย์บริการข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (turnkey sales) รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้ที่จะเพิ่มขึ้นของการขายกล่องและเสาดิจิตัลทีวีตั้งแต่เดือนก.ย.2557 เป็นต้นไป SAMART ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบมากที่สุดสำหรับหุ้นในกลุ่ม SAMART เนื่องจากกำไรหลักช่วงครึ่งปีหลังที่จะเติบโตก้าวกระโดดและอัพไซด์จากงานโครงการใหม่ของ SAMTEL เทด้า สามารถยูทรานส์ OTO และวิชั่นและเซ็คเคียวริตี้ในช่วงครึ่งปีหลัง

คาดกำไรหลักไตรมาส 2/57 ลดลง ซึ่งถูกฉุดโดย SAMTEL

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/57 ของ SAMART ที่ 403 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY และทรงตัว QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 2/57 ได้แก่ รายได้จากเงินประกันไฟไหม้จำนวน 40 ล้านบาทและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 6 ล้านบาท กำไรหลักอยู่ที่ 367 ล้านบาท ลดลง 12% YoY และ 6% QoQ กำไรหลักที่ลดลงมาจากกำไรหลักของ SAMTEL ที่ลดลง (ในขณะที่กำไรหลักของ SIM ทรงตัวและกำไรของกลุ่มบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนฯ ปรับตัวดีขึ้น)

•SIM: กำไรหลัก 285 ล้านบาท—ทรงตัว YoY และเพิ่มขึ้น 46% QoQ—เนื่องจากผลกระทบของภาษีจ่ายและดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกลบผลกระทบของกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น (ดูรายระเอียดในรายงาน SIM เมื่อวันที่ 29 ก.ค.)

•SAMTEL: กำไรหลัก 118 ล้านบาท—ลดลง 42% YoY และ 41% QoQ—เนื่องจากงานประมูลงานโครงการภาครัฐที่ล่าช้าออกไปจากเดิม SAMTEL ลงนามเซ็นสัญญาโครงการใหม่เพียงแค่ 413 ล้านบาทในช่วงระหว่างไตรมาส

•OTO: กำไรสุทธิ 23 ล้านบาท—เพิ่มขึ้น 15% YoY แต่ลดลง 10% QoQ—โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้งานขายและติดตั้งระบบศูนย์บริการข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (turnkey) ที่เพิ่มขึ้น (27 ล้านบาท) อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 22% ลดลงจาก 25% ในไตรมาส 1/56 และ 4/56 เนื่องจากสัดส่วนรายได้งานขายที่ให้มาร์จิ้นต่ำเพิ่มขึ้น OTO เซ็นสัญญางานโครงการใหม่มูลค่า 613 ล้านบาทในระหว่างไตรมาส

•บริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ: ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทุกบริษัทยกเว้นสามารถ เอ็นจินเนียริ่ง (SE) เติบโต YoY เราคาดว่ากำไรรวมของบริษัทย่อยที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 176% YoY หนุนโดยโรงไฟฟ้ากัมปอต (กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33% YoY) วิทยุการบินที่เขมร (กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 3% YoY) และการพลิกฟื้นเป็นกำไรของวิชั่นและเซ็คเคียวริตี้และเทด้า แต่เราคาดว่า SE จะรายงานผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 51% YoY

คาดมีการเซ็นสัญญาใหม่เพิ่มเติมในช่วงครึ่งหลังของปี 2557

เราคาดว่า SAMTEL จะทำการเซ็นสัญญาใหม่ประมาณ 7-8 พันล้านบาท (ซึ่งไม่รวมโครงการติดตั้งระบบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ซึ่งประกอบด้วยโครงการใหญ่ได้แก่ โครงการห้องเรียนอัจฉริยะของกระทรวงศึกษาธิการ (2.9 พันล้านบาท) และโครงการส่วนต่อขยายคิวท์ของบริษัทการท่าอากาศยานไทย (2.5 พันล้านบาท) บริษัทสามารถยูทรานส์คาดว่าจะเซ็นสัญญาโครงการงานขายมูลค่า 470 ล้านบาทในไตรมาส 3/57 นอกจากนี้ เรายังคาดว่าเทด้าจะทำการเซ็นสัญญาในโครงการสถานีพลังงานย่อยซึ่งมีมูลค่าอย่างต่ำ 1 พันล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ส่วนบริษัทวิชั่นและเซ็คเคียวริตี้คาดจะเข้าประมูลโครงการกล้องวงจรปิดมูลค่า 500 ล้านบาทในไตรมาส 3/57 และ OTO คาดว่าจะเซ็นสัญญาใหม่เพิ่มเติมอีกมูลค่า 340 ล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ซึ่ง 77% ของมูลค่างานใหม่ที่ OTO เซ็นเพิ่มจะเป็นงานขายและติดตั้งระบบ (turnkey)