คุก'อธิการ'ม.อุบลฯ2ปีข้อหาหมิ่นอาจารย์

คุก'อธิการ'ม.อุบลฯ2ปีข้อหาหมิ่นอาจารย์

ศาลจังหวัดอุบลฯ พิพากษาจำคุกอธิการบดีม.อุบลฯ 2 ปี ปรับ 8หมื่นบาท ข้อหาหมิ่นประมาทอาจารย์ ให้รอลงอาญา

วันนี้ ที่ห้องพิจารณาบัลลังก์ 6 ศาลจังหวัดอุบลราชธานี นายปรีชา อ่อนน้อม ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1849/2555 ที่ ผศ.ดร.กังวาน ธรรมแสง อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อดีตรองคณบดีฝ่ายกิจกการพิเศษ คณะเกษตรศาสตร์ และนายไท แสงเทียน อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อดีตรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง รศ.นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 และ 332 กรณีเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.55

โดยจำเลยได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน นักศึกษาและประชาชนอันเป็นบุคคลที่ 3 ว่าโจทย์ทั้ง 2 คนได้ทำการปราศรัยเผยแพร่ข้อความกล่าวหาหมิ่นประมาทอธิการบดี (คือจำเลย)เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายต่อจำเลยและทำให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยและนักศึกษาขาดความเชื่อมั่นในมหาวิทยาลัย มีเหตุจูงใจเกี่ยวเนื่องกับปัญหาอันเกิดจากการบริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่ผ่านมา ในหลายประเด็นได้แก่

1.กรณีการใช้จ่ายเงินของทางราชการโดยมิชอบ เช่นการนำเงินราชการจำนวน 5 ล้านบาทซึ่งเป็นเงินทดลองจ่ายของอธิการบดี มาเปิดบัญชีส่วนตัวและใช้จ่ายโดยขาดการควบคุมให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการและการใช้จ่ายเงินในบัญชีเงินสนับสนุนการบริหารวิชาการและพัฒนามหาวิทยาลัยโดยไม่นำเข้ามาอยู่ในระบบการดูแลของกองคลังและไม่มีการจัดทำรายงานทางการเงินและบัญชีแต่มีการใช้จ่ายเงินจำนวนทั้งสิ้น 34,559,565.36 บาท โดยไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ

2. กรณีการทุจริตยักยอกเงินของทางราชการ

3.กรณีการทำสัญญาเสียเปรียบเอกชน ได้แก่โครงการก่อสร้างหอพักนักศึกษา 4 หลัง เป็นเหตุให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยต้องดำเนินการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนและติดตามให้นำเงินมาคืน ซึ่งการปราศรัยครั้งนี้โดยมีเจตนาชัดแจ้งที่จะล้มล้างถอดถอนอธิการบดี

“กลุ่มผู้ปราศรัย(หมายถึงโจทย์ทั้ง 2 คน) มีความคาดหวังว่าหากสามารถถอดถอนอธิการบดีได้สำเร็จ จะทำให้การสอบสวนตติดตามรักษาผผลประโยชน์ของทางราชการต้องหยุดชะงักหรือล้มเลิก ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับตน (หมายถึงเป็นประโยชน์กับโจทย์ทั้ง 2 คน)

จากการที่จำเลยแถลงข่าวต่อบุคคลที่ 3 เพื่อใส่ความโจทย์ทั้ง 2 คน เป็นการกล่าวหาว่าโจทย์ทั้ง 2 คนในขณะเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยอุบลฯได้กระทำความผิดโดยทุจริตต่อหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมในการกระทำผิดทุจริต ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้ว โจทก์ทั้ง 2 คนไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดดังกล่าว การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนาทุจริต ใส่ความโจทก์ทั้ง 2 คนต่อบุคคลที่ 3 เพื่อให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งบุคลากรของมหาวิทยาลัย ผู้สื่อข่าว นักศึกษา ประชาชนทั่วไปจำนวนมากที่ได้ร่วมรับฟังการแถลงข่าวดังกล่าว ย่อมจะเชื่อว่าโจทก์ทั้ง 2 คน เป็นคนไม่ดีกระทำผิดกฎหมายโดยร่วมกันกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยอุบลฯกระทำการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น กากระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ทั้ง 2 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ต.เมืองศรีไค อ.วารินชำราบ จ.อุบลฯ

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ - จำเลย นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า จำเลยถึงแม้ว่าจะปฎิบัติหน้าที่โดยการแถลงข่าวได้ แต่ต้องแถลงข้อเท็จจริงไม่สามารถใส่ความผู้อื่นได้จำเลยจึงมีความผิดจริงตามฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทฯ จึงพิพากษาว่าให้จำคุกจำเลย 2 ปี ปรับ 80,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ขณะที่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี และให้จำเลย โฆษณาคำพิพากษาใน น.ส.พ.และวารสารมหาวิทยาลัยเป็นเวลา 3 วัน โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.นงนิตย์ ธีระวัฒนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ยังมีข้อพิพาทกับบุคลากรในมหาวิทยาลัย 6 คดี ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล เกี่ยวกับความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และคดีหมิ่นประมาทซึ่งศาลได้ตัดสินไปแล้ว 1 คดี ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ปรับ 18,000 บาท (ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ) และคดีนี้เป็นคดีที่ 2 ยังเหลืออีก 4 คดี