'ไทยพาณิชย์'ชี้สินเชื่อบ้านปีนี้โตเกินคาด

'ไทยพาณิชย์'ชี้สินเชื่อบ้านปีนี้โตเกินคาด

ไทยพาณิชย์เผยอสังหาครึ่งปีแรกโตสูงกว่าคาด ปรับประมาณตลาดสินเชื่อบ้านทั้งปีเพิ่มเป็น 5.7 แสนล้านบาท

นางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อธุรกิจรายย่อย ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตลาดสินเชื่อบ้านปีนี้ไม่ได้หดตัวอย่างที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ โดยครึ่งแรกของปีสินเชื่อทั้งระบบเติบโตแล้ว 2.7 แสนล้านบาท ทำให้ยอดสินเชื่อคงค้างกลางปีนี้อยู่ที่ 2.5 ล้านล้านบาท และคาดตลาดสินเชื่อบ้านปีนี้จะเติบโตได้ถึง 5.7 แสนล้านบาท เติบโต 7% จากปลายปีที่ผ่านมาคาดตลาดสินเชื่อบ้านปีนี้จะเติบโต 4.7 แสนล้านบาท ลดลงจากปี 2556 ที่เติบโตได้ 5.3 แสนล้านบาท หลังจากที่จิตวิทยาของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น ผู้ที่ชะลอการตัดสินใจในช่วงต้นปีเริ่มกลับมาโอนบ้านมากขึ้น

ขณะที่ตลาดอสังหาปีก่อนที่ขยายตัวในต่างจังหวัดได้ดี ขณะนี้เริ่มเห็นการปรับสมดุลของตลาดมากขึ้น จากเดิมที่คิดว่าคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัด จะล้นตลาด แต่ขณะนี้เริ่มเห็นการทิ้งดาวน์ 20-30% หลังจากเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว แต่ไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะผู้ประกอบการที่เข้าไปทำตลาดคอนโดในต่างจังหวัด เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งมีสัดส่วนการลงทุนในต่างจังหวัดไม่มากนัก ตลาดหลักอยู่ในกรุงเทพฯ และสัดส่วนหนี้สินต่อทุนของลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ในระดับต่ำ หรือ1-2:1 เท่า บางรายเป็น 0:1 เท่า ส่วนผู้ประกอบการในพื้นที่ยังคงเน้นตลาดแนวราบมากกว่าตลาดคอนโดโดยในขณะนี้อสังหาแนวราบในต่างจังหวัดยังเติบโตได้เป็นปกติ

ส่วนคอนโดในกรุงเทพยังเห็นการทิ้งดาวน์ไม่มากนัก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการหยุดการเปิดโครงการในช่วงไตรมาสแรก ทำให้เริ่มเห็นแล้วว่าคอนโดบางทำเลกำลังขาดตลาด แต่ต้นทุนก่อสร้างไม่ได้ปรับลดลง ทำให้มีความต้องการเข้ามาตอบสนองทันที หากมีการทิ้งดาวน์เกิดขึ้น เชื่อว่าครึ่งปีหลังคอนโดมิเนียม จะมีการโอนมากขึ้น โดยคาดประมาณการโอนคอนโดครึ่งปีหลังอยู่ที่ 63,000 ยูนิต หรือ 136,000 ล้านบาท คิดเป็น 60% ของยอดการโอนทั้งหมดจากครึ่งแรกที่ยอดโอนมาจากคอนโดเพียง 30% โดยเริ่มเห็นสัญญาณการโอนมากขึ้นช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

"แนวราบไม่กระทบทั้งในกทม. และต่างจังหวัด แต่ตลาดคอนโดเปลี่ยนไป บางทำเลขาดตลาด ยิ่งในเมืองที่ดินแพง ทำให้ราคาไม่ได้ลดลง แต่ในช่วงที่ผ่านมาซัพพลายที่มีถูกดูดออก ครึ่งแรกคอนโดในกรุงเทพมีการโอนน้อย เพราะลูกค้าชะลอจากการเมือง หรือปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และปัญหาการขอใบอนุญาตสิ่งแวดล้อม แต่การชะลอเปิดโครงการใหม่ในช่วงที่ผ่านมาทำให้ในปีหน้าตลาดอสังหาริมทรัพย์และคอนโดมิเนียมจะชะลอตัวลง"

นางพิกุลกล่าวว่า ในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์ช่วงครึ่งแรกของปียอดสินเชื่อปล่อยใหม่อยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ปล่อยได้ 6 หมื่นล้านบาท โดยยังคงเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่ในปีนี้ที่ระดับ 1 แสนล้านบาท แต่คาดว่าจะปล่อยได้จริงถึง 1.1 แสนล้านบาท ส่วนสินเชื่อสุทธิในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 2.5 หมื่นล้านบาท ทำให้พอร์ตสินเชื่อสิ้นปีนี้อยู่ที่ 5.2 แสนล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่มี 4.87 แสนล้านบาท โดยช่วงที่เหลือของปีจะเน้นการให้บริการลูกค้าตามความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ทั้งลูกค้าจบใหม่ หรือลูกค้าระดับบนที่มีความต้องการแตกต่างกัน

"ปัญหาหนี้ครัวเรือนทำให้คนกู้ระดับกลางและล่างมีหนี้สูงขึ้น กู้บ้านได้น้อย ควรปรับพฤติกรรมทางการเงินก่อน ที่ผ่านมาแบงก์ไม่ได้เข้มงวดมากขึ้น แต่หนี้ของลูกค้าเพิ่มขึ้นทำให้กู้ได้ลดลง ระหว่างนี้จึงแนะนำให้ลูกค้าชะลอการซื้อไปก่อน และไปลดหนี้ลงมาก่อน วิธีนี้ช่วยให้ยอดการปฏิเสธสินเชื่อลดลง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้คิดเป็น 50% ของพอร์ต"

นอกจากนี้กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมากกว่าลูกค้ามนุษย์เงินเดือน ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะต้องใช้เวลากว่าจะส่งผลมาถึงลูกค้าผู้ประกอบการ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้ช่วยลูกค้ายืดหนี้ออกไป 6 เดือน ขณะนี้เอ็นพีแอลสินเชื่อบ้าน 2% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนที่ 1.2% โดยคาดสิ้นปีนี้เอ็นพีแอลจะทรงตัวที่ระดับ 2% ยอมรับว่า การแข่งขันในตลาดคอนโดมิเนียมสูงมาก กระทบต่อผลตอบแทนสินเชื่อให้ปรับลดลง 0.1-0.2%