'ฟู้ด สไตลิสต์'อาชีพมาแรงในเวียดนาม

'ฟู้ด สไตลิสต์'อาชีพมาแรงในเวียดนาม

"ฟู้ด สไตลิสต์"วัย24ปี เปลี่ยนอาหารจานพื้นๆ มาเป็นอาหารสีสันสะดุดตารสชาติถูกปาก

บุ่ย ลี เถี่ยน เหงียน ฟู้ดสไตลิสต์วัย 24 ปี ในโฮจิมินห์ ซิตี้ ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งในสตูดิโอ ถ่ายภาพสเต็กเนื้อชิ้นบางบนแบ็กกราวด์สีขาวถึงประมาณ 300 ภาพ ส่วนทีมงานของเขายังใช้เวลาอีกหนึ่งชั่วโมงถ่ายภาพสลัดหนึ่งชาม เพื่อใช้โฆษณาร้านอาหาร

ทั้งหมดนี้ เหงียน ต้องใช้เวลาเตรียมงานถึงสองวันเต็ม เริ่มต้นจากการเสาะแสวงหาเนื้อวัวออสเตรเลียคุณภาพดีจากร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต แล้วนำมาหั่นให้ได้ขนาดเท่าฝ่ามือ

นอกจากนี้ ชายหนุ่มยังต้องซื้อผักสลัดอีกราว 10 กิโลกรัมเพื่อนำมาทำสลัดหนึ่งจาน เขาต้องตื่นไปตลาดตั้งแต่หนึ่งนาฬิกาเพื่อซื้ออาหารสดคุณภาพยอดเยี่ยม เช่น ไก่บ้าน

เหงียนเล่าว่า การออกแบบอาหารมีมากกว่าแค่การจัดวาง แต่จะต้องทำให้อาหารมีความน่าสนใจมากที่สุด

สิ่งที่ขัดกับความเชื่อทั่ว ๆ ไปคือ การออกแบบอาหารมักจะใช้อาหารสด ซึ่งเหงียนยืนยันว่า อาหารส่วนใหญ่ที่เขาใช้ถ่ายภาพมักเป็นอาหารสด โดยเขาต้องใข้เวลาเฉลี่ย 2-3 ชั่วโมงเพื่อเตรียมถ่ายภาพในแต่ละครั้ง

เส้นทางชีวิตฟู้ด สไตลิสต์ของเหงียนเริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบสองปีก่อน โดยเขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีโฮจิมินห์ ซิตี้ เพื่อมาจับงานด้านการออกแบบอาหารโดยเฉพาะ หลังดิ้นรนอยู่ 2-3 เดือน กิจการของเขาประสบความสำเร็จพอสมควรในธุรกิจออกแบบอาหาร ซึ่งถือเป็นธุรกิจน้องใหม่ในเวียดนาม

ลูกค้าส่วนใหญ่ของเขาเป็นเจ้าของร้านอาหาร หรือซีอีโออาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมไหว้พระจันทร์ หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ดัง และมีลูกค้าต่างชาติบางส่วนด้วย

นอกจากนี้เขายังออกแบบอาหารให้กับนิตยสารอาหาร คู่มือทำกับข้าว และบริษัทโฆษณา แต่ละงานต้องทำสัญญากันอย่างต่ำ 500 ดอลลาร์ หรือราว 16,000 บาท เขาจึงมีรายได้ตกเดือนละหลายพันดอลลาร์ แต่ก็ต้องใช้เงินมากถึงเดือนละ 235 ดอลลาร์ หรือราว 7,520 บาท เพื่อลงทุนด้านความคิดสร้างสรรค์

นอกจากเหงียนแล้ว ฟู้ด สไตลิสต์หลายคนของเวียดนาม เป็นเชฟมืออาชีพด้วย อย่างกว่างดุ่ย ห่วงนาม และตันห่วง ทั้งสามคนมีประสบการณ์ในการเป็นผู้ช่วยเชฟและเชฟมาร่วมสิบปี ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นฟู้ด สไตลิสต์เมื่อปีที่แล้ว และได้ทำสัญญากับบริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่ง

ห่วงนาม เล่าว่า การเป็นฟู้ด สไตลิสต์มีแนวทางการทำงานที่แตกต่างกันสองแนวทาง แนวแรกคือแนวไลฟ์สไตล์ เป็นการออกแบบอาหารให้ลูกค้าดูแล้วรู้สึกอยากรับประทาน หรือแนวศิลปะ ซึ่งออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ด้านศิลปะเท่านั้น ฟู้ด สไตลิสต์ที่ประสบความสำเร็จต้องใช้ความรู้ด้านอาหารที่มีอยู่อย่างลึกซึ้ง ผสมผสานกับอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ ความอดทน และความฝันที่จะเติบโต

อาชีพฟู้ด สไตลิสต์ในกรุงฮานอยและโฮจิมินห์ ซิตี้ มีแนวโน้มว่าจะเติบโตได้อีกมากในอนาคต แต่นั่นย่อมหมายความว่า ผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้ต้องเผชิญกับความท้าทายนานัปการ

ความท้าทายประการหนึ่งคืออากาศร้อน ทำให้อาหารบูดง่าย บางครั้งฟู้ด สไตลิสต์จำต้องใช้อาหารปลอมมาทดแทน เช่น ใช้มันฝรั่งบดแทนไอศกรีม หรือใช้ผลไม้ปลอม ส่วนการเติบโตในระยะยาว ฟู้ด สไตลิสต์หลายคนเปิดสตูดิโอถ่ายภาพและห้องครัวทำอาหารของตนเองด้วย