กกต.คาดสรรหาสปช.250คน เสร็จ2ต.ค.

กกต.คาดสรรหาสปช.250คน เสร็จ2ต.ค.

"เลขาฯกกต."เผยคกก.สอบทัวร์นกขมิ้น ขยายเวลาให้ 9 ผู้ถูกกล่าวหา คาดสรรหาสปช. 250 คน เสร็จ 2 ต.ค.นี้

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังการประชุมกกต.ว่าที่ประชุมได้รับทราบกรณีที่คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนของกกต.มีมติเอกฉันท์ แจ้งข้อกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 9 คน ว่ากระทำการขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งจากการที่เดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่ต่างๆ ระหว่างมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 2 ก.พ. จะมีการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในเลือกตั้ง แต่ขณะนี้สำนวนดังกล่าวยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการสืบสวน กกต.จึงเพียงรับทราบถึงความก้าวหน้าในการดำเนินการเท่านั้น โดยส่วนตัวจากที่ได้สอบถามกับเลขานุการคณะกรรมการสืบสวนทราบว่า ได้มีหนังสือส่งไปถึงผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 9 คนแล้ว และมี 2 - 3 คน ซึ่งไม่แน่ใจว่าในจำนวนนี้มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยหรือไม่ ที่ขอขยายระยะเวลาการยื่นเอกสารหลักฐาน และการเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ที่กกต.ให้เวลาไปเบื้องต้น 15 วัน ขณะที่บางรายก็ยังไม่สามารถติดต่อไป รวมทั้งบางรายก็อ้างว่าหาข้อมูลไม่ทัน

ทั้งนี้ในทางปฏิบัติหากครบระยะเวลา 15 วัน ทางคณะกรรมการสืบสวนจะพิจารณาว่า ข้อมูลที่ได้รับเพียงพอหรือไม่ หรือมีความจำเป็นที่จะต้องขยายระยะเวลาให้กับผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงให้ครบถ้วน ก็จะอนุญาตให้ขยายเวลาชี้แจงได้เพิ่มอีก แต่ทางคณะกรรมการสืบสวนก็ระมัดระวังในเรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาจะใช้เรื่องการชี้แจงมาประวิงเวลา โดยหากพิจารณาแล้วเห็นข้อมูลที่ได้รับเพียงพอให้พิจารณาได้ก็จสั่งยุติและเริ่มพิจารณาพร้อมมีมติก่อนที่จะเสนอความเห็นมายังกกต.พิจารณาดำเนินการต่อไป คณะกรรมการสืบสวนจะต้องรอคำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดให้ครบถ้วนเสียก่อนเพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนเดียวกัน ก่อนที่จะพิจารณาสรุปและมีมติเสนอต่อกกต.

ส่วนกรณีที่เดินทางไปพบกับพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช.นั้น ได้มีการหารือซักซ้อมถึงการปฏิบัติในการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่กกต.ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสรรหา รวมถึงแนวทางในการประชาสัมพันธ์เพื่อให้องค์กรนิติบุคคลได้มีการเสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.เข้ามาให้มาก โดยกกต.ก็ได้นำเสนอถึงแผนการปฏิบัติงานซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานได้วางกรอบการทำงานในแต่ละขั้นตอนไว้ทั้งหมดแล้ว เพียงแต่รอร่างพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสปช.ประกาศให้มีผลบังคับใช้ จากนั้นคสช.ก็จะแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหารวม 11 คณะ กกต.ก็จะเริ่มเปิดให้องค์กรนิติบุคคลได้เสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.คาดว่าจะเป็นช่วงกลางเดือนส.ค. และจะใช้เวลาประมาณ 20 วัน จากนั้น อีก 10 วันจะเป็นเรื่องของการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อ และอีก 10 วัน จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาที่จะดำเนินการสรรหา ก่อนส่งให้คสช.คัดเลือกและแต่งตั้งต่อไปโดยกระบวนทั้งหมดน่าว่าจะใช้เวลาประมาณ 55 - 60 วัน และภายใน 2 ต.ค.จะได้ชื่อสปช.ทั้ง 250 คน

นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า จากการหารือคสช.มีเจตนาที่จะให้องค์กรนิติบุคคลได้มีการเสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.กันให้มาก จึงไมได้มีการจำกัดว่าองค์กรนิติบุคคลที่จะเสนอชื่อต้องก่อตั้งมาแล้วกี่ปี เพียงแต่เป็นองค์กรที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายเท่านั้น รวมทั้งมีการผ่อนปรนให้กับพรรคการเมืองที่จะเสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช. โดยให้หัวหน้าพรรคเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรได้เลย โดยไม่ต้องมีการจัดประชุมพรรคการเมืองเหมือนองค์กรนิติบุคคล ส่วนสิทธิประโยชน์ของผู้ที่เป็นสปช. จะเหมือนกับส.ส. ส.ว. และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติในอดีต เช่น ได้รับเงินเดือน เงินค่าตอบแทน เครื่องราชย์อิสริยาภรณ์ สิทธิประโยชน์ในการเดินทางทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งสามารถแต่งตั้งผู้ช่วยในการปฏิบัติงานได้ โดยสปช.จะมีระยะเวลาในการปฏิบัติงาน 1 ปี ส่วนในเรื่องของการประชาสัมพันธ์นั้นทางคสช.นอกจากจะให้กกต.ใช้ประมาณในส่วนที่เหลือจากการเลือกตั้งส.ส.ครั้งก่อนในการดำเนินการแล้ว ยังสั่งการให้วิทยุแห่งประเทศไทยและวิทยุในเครือข่ายทหารช่วยในกาประชาสัมพันธ์อย่างเต็ม