หน.คสช.หวังกัมพูชาร่วมพัฒนาศก.ชายแดน

หน.คสช.หวังกัมพูชาร่วมพัฒนาศก.ชายแดน

"เตีย บันห์-ฮุน มาเนต"เข้าพบ"ประยุทธ์" ด้านหน.คสช.เผยขอให้2ประเทศร่วมพัฒนาศก.ในพื้นที่ชายแดน

พล.อ เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เดินทางเข้าเยี่ยมคำนับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมี พล.อ.เนียง พาด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.เตีย วิญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.เชิง ซอมนาง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รวมทั้งพล.ทฮุน มาเน็ต รองผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสากล กระทรวงกลาโหม ประเทศกัมพูชา และผู้บัญชาการกองทัพภาคของกัมพูชาทั้ง 3 กองทัพภาคร่วมคณะด้วย

ทั้งนี้ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวแสดงความยินดีที่กัมพูชาให้เกียรติประเทศไทยพร้อมเล่าถึงการทำงานของ คสช.ในห้วงเวลาที่ผ่านมาว่า เป็นการส่งเสริมประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ การทำงานของ คสช.เพื่อปลดล็อคปัญหาของประเทศ ลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และ คสช.จะทำให้2 ประเทศเดินหน้าสู่ประชาคมอาเซียนร่วมกัน ถือเป็นครอบครัวเดียวกัน และมีความเป็นมหามิตรกันมายาวนาน และขอบคุณที่ทางกัมพูชาอภัยโทษและส่งตัวนายวีระ สมความคิด กลับประเทศไทย

หน.คสช. กล่าวว่า ขณะนี้ คสช.กำลังเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ชายแดนของสองประทศ มุ่งหวังให้ประชาชนปลอดภัย ได้รับการดูแล ด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมกันนี้ขอให้ทั้งสองประเทศร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน รวมถึงด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ คสช.เตรียมจัดส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายความมั่นคงไปเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ในเร็วๆนี้

ขณะที่ พล.อ.เตีย บันห์ กล่าวว่ารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่หัวหน้าคสช.ให้การต้อนรับ พร้อมเข้าใจถึงความจำเป็นของ คสช.ที่เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ และได้เรียนให้ทราบว่า สมเด็จนโรดมสีหมุนี กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และสมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายทหารระดับสูงของกองทัพกัมพูชา ให้การสนับสนุนการปฏิบัติทั้งปวงของคสช. พร้อมขอบคุณหัวหน้า คสช.ที่ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจที่กัมพูชาสูญเสียนายทหารระดับสูงจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ประสบอุบัติเหตุตกเมื่อเร็วๆนี้

พล.อ.เตียบันห์ ได้ยืนยันถึงความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และได้ให้กำลังใจในการทำงานของ คสช. ด้วย และย้ำว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นร่วมกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนร่วมกันในปี 2558