ขีดเส้นดื้อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง3หาดภูเก็ต

ขีดเส้นดื้อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง3หาดภูเก็ต

รองผู้ว่าฯจ.ภูเก็ตไล่บี่รื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากหาดไตรตรัง พาราไดส์ และหาดกะหลิม ขีดเส้นหากดื้อดึงรื้อถอนแน่

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.อ.สมชาย โปณะทอง ผู้บังคับการศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 41นาวาเอก เพชรัตน์ เทียมจันทร์ รอง ผอ.กพร.ทร.ภ.3 น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธ์ ผกก.สภ.กะทู้ นำกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเทศกิจ จำนวน 30 นาย ลงพื้นติดตามผลการรื้อสิ่งปลูกสร้างรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณหาดพาราไดส์ หาดไตรตรัง และหาดกะหลิม ต.ป่าตอง อ.กะทู้ หลังจากเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทางคณะดังกล่าว ได้ลงพื้นที่มาชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการและขอให้รื้อสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ออกจากชายหาดสาธารณะดังกล่าว

ทั้งนี้ จุดแรกได้ลงตรวจสอบบริเวณหาดพาราไดส์ ซึ่งทางผู้ประกอบการได้รื้อถอนเตียงร่มผ้าใบ และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ นอกเหนือแนวเขตตามเอกสาร สค.1 ที่ผู้ประกอบการถือครอบอยู่ แต่ก็ยังคงเหลือแนวปูนซีเมนต์กันคลื่นไว้ โดยยินดีที่จะรื้อถอนภายใน 7 วัน

จุดที่สอง บริเวณหาดไตรตรัง ประกอบด้วย ร้านอาหารวินเชฟ ซึ่งทางผู้ประกอบการยังไม่มีการรื้อถอน ทางเทศบาลเมืองป่าตองได้เจรจาและมีคำสั่งให้รื้อถอนภายใน 3 วัน โดยทางผู้ประกอบการยินดีให้ความร่วมมือที่จะรื้อถอนตามคำสั่งดังกล่าว ถัดมาร้านอาหารไตรตรัง บีช ซึ่งทางผู้ประกอบยินดีที่จะรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างภายใน 10 วัน เนื่องจากเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่

จุดที่สามบริเวณหาดกะหลิม ซึ่งมีอาคารของร้านอาหารไวท์บ๊อก ซึ่งเป็นร้านอาหารชื่อดังระดับ 5 ดาว มีการก่อสร้างอาคารบางส่วนทับลำรางสาธารณะ และมีอาคารบางส่วนก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยผู้ประกอบการยินดีที่จะรื้อในส่วนที่สร้างเกินออกมา ภายใน 7 วัน ทั้งนี้ภาพรวมผู้ประกอบการทุกชายหาดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และพร้อมที่จะตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.)

นายจำเริญ กล่าวว่า หลังได้ลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้ากับผู้ประกอบการที่ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่สาธารณะแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าส่วนหนึ่งก็ได้มีการรื้อถอนออกไปบางแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ก็ได้ให้ทำบรรทุกกำหนดระยะเวลาในการรื้อถอนที่ชัดเจน และจะมีการลงพื้นที่มาติดตามเป็นระยะๆ ซึ่งได้มีการติดประกาศเพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ไม่สามารถยึดถือครองเอาไว้ได้ และขอให้ขยับขยายออกจากพื้นที่ตามที่ให้ระยะเวลาที่กำหนด หากยังดื้อดึงก็อาจจะถูกดำเนินคดีอาญา และทางเจ้าหน้าที่ก็จะรื้อถอนให้ในที่สุด