เคาะธุรกรรมนักการเมืองเงิน5แสน อสังหา1ล.แจ้งปปช.

เคาะธุรกรรมนักการเมืองเงิน5แสน อสังหา1ล.แจ้งปปช.

ป.ป.ช.เคาะตัวเลขรายงานธุรกรรมนักการเมือง เงินสด5แสน อสังหาฯ1ล้านบาทต้องรายงาน หวังประกาศใช้สิ้นเดือนก.ย.นี้

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.แถลงผลการประชุมหลักเกณฑ์ ขั้นตอน วิธีการ ในการเชื่อมโยง รับ - ส่ง ข้อมูลระหว่างสำนักงานป.ป.ช. สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามประกาศคณะกรรมการป.ป.ช.เรื่องกำหนดจำนวนเงินและมูลค่าทรัพย์สินในการทำธุรกรรมที่ต้องรายงานต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า วันนี้ (29 ก.ค.) ทางคณะทำงานป.ป.ช.ได้ร่วมประชุมกับผู้บริหารสถาบันการเงินในระดับผู้บริหารสายกำกับ สายตรวจสอบ และสายเทคโนโลยี ประมาณ 130 คน ซึ่งทั้งหมดเห็นด้วยกับมูลค่าธุรกรรมตามร่างประกาศของป.ป.ช.ที่ได้กำหนดเอาไว้คือ เงินสด 5 แสนบาท และอสังหาริมทรัพย์ 1 ล้านบาท

นายวรวิทย์ กล่าวต่อว่า ในขั้นตอนต่อไปจะมีการประชุมร่วมกันในคณะทำงานอีก หลังจากมีเรื่องที่ต้องร่วมกันพิจารณาในรายละเอียดทางเทคนิคและในทางปฏิบัติอีก 32 ประเด็น อาทิ ขั้นตอนการกรอกแบบฟอร์มของป.ป.ช. รวมไปถึงรูปแบบของเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการรับ - ส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และสถาบันการเงิน โดยทางตัวแทนผู้บริหารการเงินได้ส่งตัวแทน 5 คน มาร่วมประชุมกับคณะทำงานของป.ป.ช. เพื่อกำหนดรายละเอียดทั้ง 32 ประเด็นต่อไป

"ถ้าพิจารณาในประเด็นได้เสร็จทั้งหมด คาดว่าคณะกรรมการป.ป.ช.จะมีมติเพื่อให้ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ได้ไม่เกินวันที่ 30 ก.ย.57 ซึ่งเป็นไปตามกรอบการพิจารณาเดิมที่กำหนดเอาไว้ สำหรับประกาศฉบับนี้หากมีการบังคับใช้มั่นใจว่าจะเป็นเครื่องมือในการปราบปรามการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากป.ป.ช.สามารถเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินและการทำธุรกรรมของผู้ที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.ได้ทันที จากเดิมต้องรอให้บุคคลพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองก่อนป.ป.ช.จึงจะสามารถดำเนินการได้ จะทำให้การทำงานมีความรวดเร็วมากขึ้น"นายวรวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ป.ป.ช.ได้สรุปแล้วหรือไม่ว่าบุคคลที่เข้าข่ายต้องถูกตรวจสอบการทำธุรกรรมตามร่างประกาศดังกล่าวมีใครบ้าง นายวรวิทย์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้จะประกอบไปด้วย1.ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. 2.คู่สมรส 3.บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และ4.บุคคลที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการออกประกาศฉบับนี้เป็นไปเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปราบปรามการทุจริตเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระบวนการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของผู้กระทำความผิดที่ได้มาจากการทุจริตคอรัปชั่น