'ธีรภัทร์'ปัดนั่งสนช.-สปช.

'ธีรภัทร์'ปัดนั่งสนช.-สปช.

"สภาพัฒนาการเมือง"เสนอ 3 แนวทางคสช.ปฏิรูปประเทศปราบทุจริต "ธีรภัทร์"ปัดนั่งสนช.-สปช.

นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสพม.พร้อมด้วย นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน นายเฉลิมศักดิ์ จันทิม เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปประเทศไทย ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน หลังได้นำเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา

โดยนายธีรภัทร์ กล่าวว่า การจัดทำข้อเสนอนี้มีคณะกรรมการจัดทำแนวทางและส่งเสริมปฏิรูปประเทศไทยได้ประชุมและจัดสัมมนาระดมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ , สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน , สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน , องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) , สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จนได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันว่าการป้องกันและแก้ไขการทุจริตคอร์รัปชั่นควรจะดำเนินไปใน 3 แนวทางด้วยกันคือ 1.การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น มีข้อเสนอให้มีการปฏิรูปค่านิยมของคนไทย โดยให้นำหลักสูตรการปลูกฝังคุณธรรมและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นมาใช้ในการเรียนการสอนของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ขณะเดียวกันสนับสนุนให้มีการออกพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุณธรรมแห่งชาติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม

นายธีรภัทร์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานของภาครัฐมีข้อเสนอให้มีการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลและให้บริหารประชาชน ต้องยึดหลักคุณธรรมอย่างเคร่งครัด มีมาตรการป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง การให้บริการต้องยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรม สพม.สนับสนุนให้มีการตรากฎหมายพ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการเพื่อป้องกันการเรียกรับสินบน ในส่วนของการป้องกันการทุจริตในกระบวนการงบประมาณ มีข้อเสนอที่เป็นมาตรการป้องกันทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด ต้องมีหลักเกณฑ์ที่รัดกุมในการพิจารณาแผนงานและโครงการต้องปรับปรุงแก้ไขระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารงบประมาณในระดับจังหวัดต้องไม่มีการแทรกแซงจากนักการเมือง สพม.สนับสนุนให้ออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยข้อตกลงคุณธรรม ( integrit pact ) ในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการงทุนขนาดใหญ่และต้องมีการศึกษาความเสี่ยงในการทุจริตคอร์รัปชั่นพร้อมเสนอแนวทางป้องกัน

นายธีรภัทร์ กล่าวอีกว่า การป้องกันการทุจริตในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ มีข้อเสนอห้ามมิให้ตำรวจและอัยการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจและรัฐวิสาหกิจต้องเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการช่นเดียวกับบริษัทจดทะเบียนเพื่อเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้สพม.มีข้อเสนอที่จะสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนและสื่อมวลชนในการมีส่วนร่วมป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยสนับสนุนให้ตราพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและส่งเสริมมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนและยังได้เสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารเพื่อให้สามารถเข้าถึงของทางราชการได้ง่ายขึ้น

2.ด้านการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นข้อเสนอที่เพิ่มประสิทธิภาพในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ สพม.ได้ยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมให้ผู้กระทำความผิดครอบคลุมไปถึงเครือญาติของข้าราชการและนักการเมืองที่ใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งเอื้อประโยชน์ให้แก่เครือญาติ หรือที่เรียกว่ากฎหมายเจ็ดชั่วโคตร ส่วนผู้กระทำความผิดที่ไม่สามารถลงโทษได้ เนื่องจากคดีขาดอายุความได้เสนอให้คดีไม่มีอายุความหรืออย่างน้อยขยายอายุความไปจนถึง 30 ปี นอกจากนี้ยังมีข้อเสนออื่น ๆ อีก เช่น ให้มีการตรากฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คดีทุจริตคอร์รัปชั่นให้ประชาชนเป็นผู้เสียหายสามารถเป็นโจทก์ยื่นฟ้องได้ เสนอให้ออกกฎหมายคุ้มครองประชาชนที่ร่วมตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น กำหนดมาตรการลงโทษทั้งผู้ให้และผู้รับสินบน การตรวจสอบการเสียภาษีย้อนหลัง รวมไปถึงสนับสนุนให้ประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญาเป็นภาคีต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นกับนานาชาติ

3.เป็นข้อเสนอที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งไม่ได้มีเพียงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ยังมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น หน่วยงานเหล่านี้ควรมีความเป็นอิสระทั้งในด้านการบริหารงานบุคคลและด้านงบประมาณ มีข้อเสนอที่จะให้หน่วยงานเหล่านี้ทำงานได้คล่องตัว รวดเร็ว และเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง

นอกจากข้อเสนอแนวทางปฏิรูปด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นที่จัดทำขึ้นนี้ สพม.ยังมีข้อเสนอการปฏิรุปด้านอื่น ๆ ซึ่งคณะกรรมการจัดทำแนวทางและส่งเสริมการปฏิรูปของสพม.กำลังดำเนินการจัดทำคาดว่าทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนปีนี้เพื่อนำเสนอต่อคสช.และสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ต่อไป

เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้ถูกทาบทามให้เข้ามาเป็นสนช.หรือสปช.หรือไม่ นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ไม่ได้รับการทาบทาม ตนไม่ขอตอบ เพราะเป็นเรื่องการพิจารณาของคสช.ว่าผู้ใดเหมาะสม ซึ่งตนตอบไม่ได้