Sideway up รอผลประชุมเฟด

Sideway up รอผลประชุมเฟด

Trading Buy โดยมีจุดขายตัดขาดทุน/กำไร 3%

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ sideway up แนวต้าน 1545/1555 จุด แนวรับ 1532/1525 จุด ทิศทางเงินทุนต่างชาติยังหนุนและวันนี้ลุ้นข่าวดี ปลดล๊อคโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ ส่วนต่างประเทศรอลุ้นผลประชุมเฟด และรายงาน 2Q57F GDP สหรัฐฯ กลางสัปดาห์นี้ เราแนะนำ เก็งกำไรหุ้นขนาดเล็ก-กลาง ที่มีประเด็นบวก

คาดดัชนีฯ วันนี้ sideway up แนวต้าน 1545/1555 จุด แนวรับ 1532/1525 จุด ปัจจัยในประเทศโดยรวมยังเป็นบวก ข่าวบวกเพิ่มเติม มาจาก พัฒนาการด้านการเมืองที่คาดมีการเสนอรายชื่อสนช. ในสัปดาห์นี้รวมถึงการพิจารณาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ วันนี้ (ระวังแรงขายทำกำไร หากไม่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ หรือเลื่อนการพิจารณาออกไป) ส่วนปัจจัยภายนอก ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ Sideway Up หลัง สหรัฐฯ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/57 ออกมาดี และรอลุ้นผลประชุมเฟดและตัวเลขจีดีพีสหรัฐฯ คืนพรุ่งนี้ ส่วนปัจจัยกดดันยังเป็นปัญหายูเครน (แต่อาจบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียทางอ้อม จากเงินทุนที่ย้ายออกจากตลาดยุโรปมาตลาดหุ้นเกิดใหม่มากขึ้น) และระดับ Valaution ที่ค่อนข้างตึง ส่วนหุ้นเด่นวันนี้ PDG คาดกระแสเชิงบวกต่อหุ้น IPO จะให้ผลตอบแทนสูงเมื่อเทียบกับราคาจอง IPO 2.80 บาท และหุ้นกระแสบวก BLAND (จัดตั้งกอง REIT) TPIPL (แตกพาร์เป็น 1 บาท จาก 10 บาท)

ปัจจัยในประเทศ (+) วันนี้ลุ้นการประชุมคสช. โดยตลาดคาดหวัง การพิจารณาโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เลื่อนมาจากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทำให้มีแรงเก็งกำไรกลับเข้ามาในกลุ่มรับเหมาและวัสดุอย่างหนาแน่น อย่างไรก็ดี วันนี้อาจมีการขายทำกำไร (เรายังชอบหุ้นวัสดุก่อสร้าง จากแนวโน้มที่ดีขึ้นในปีหน้า แนะทยอยซื้อเมื่ออ่อนตัว SCC SCP TASCO DCON) ส่วนหุ้นที่เริ่มกลับมาสนใจ คือกลุ่มหลักทรัพย์ จากวอลุ่มการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยต่อวัน 4.7 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 3 จากเพียง 3.0 และ 3.9 หมื่นล้านบาทต่อวัน ในไตรมาส1 และ 2 ของปีนี้ตามลำดับ รวมถึงคาดแนวโน้มจะดีขึ้นตามเงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับและฐานต่ำจากปีที่แล้ว (เราแนะนำเก็งกำไร MBKET ที่ครึ่งปีหลังมีแผนทำหุ้น IPO 2 ตัว และกองทรัสต์ของ IMPACT) ส่วนกลุ่มพลังงานทางยังมองบวกต่อเนื่อง (เลือก GUNKUL IFEC)

ปัจจัยต่างประเทศ (+/-) บจ. สหรัฐฯ ส่วนใหญ่ประกาศผลประกอบการดีกว่าคาด หนุนตลาดดีแรงดีดกลับโดยหุ้นในดัชนีฯ S&P 500 ที่รายผลประกอบการแล้วมีถึง 78% ที่กำไรดีกว่าคาด และ 66% ที่รายได้ดีกว่าคาด โดยกำไรเติบโตได้ถึง 11% YoY ดีสุดในรอบเกือบ 3 ปีตามการคำนวณของบรูมเบิร์ก แต่ปัจจัยกดดันยังมาจากความกังวลต่อความขัดแย้งยูเครน ที่รัสเซียอาจถูกแซงชั่นเพิ่ม หลังสหรัฐฯ อ้างว่ามีภาพจากดาวเทียมยืนยันรัสเซียยิงอาวุธเข้าไปในยูเครน (แต่อาจเป็นปัจจัยบวกต่อเอเชียทางอ้อม จากเงินทุนที่ย้ายออกจากยุโรปมาสู่ตลาดหุ้นเกิดใหม่)