บล.เออีซีเร่งขยายฐานลูกค้ามั่นใจมีกำไร

บล.เออีซีเร่งขยายฐานลูกค้ามั่นใจมีกำไร

"บล.เออีซี" เดินหน้ารุกธุรกิจเต็มสูบ พร้อมเร่งขยายฐานลูกค้า ตั้งเป้าผลประกอบการปีนี้พลิกมีกำไร

นายกอบเกียรติ บุญธีรวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) (AECS) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าผลประกอบการในปี 2557 มีแนวโน้มที่จะมีกำไร เนื่องจากแผนการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยในส่วนของธุรกิจโบรกเกอร์มีอัตราการเติบโตที่ดี โดยปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อยู่ที่ 2.1% เพิ่มขึ้นจากช่วงปลายปีก่อนที่มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 0.5% นอกจากนี้ ยังได้ตั้งเป้าหมายมาร์เก็ตแชร์ในปีนี้อยู่ที่ 2.5% เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลัง บริษัทจะเดินหน้ารุกธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยมีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ซึ่งปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น จำนวน 9 สาขา ได้แก่ สาขาสีลม (อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์), สาขาซอยศูนย์วิจัย, สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว, สาขาประชาชื่น, สาขานครสวรรค์, สาขาเชียงใหม่-ถนนมหิดล, สาขาเชียงใหม่-ถนนช้างคลาน, สาขานครศรีธรรมราช และสาขาหาดใหญ่

นายกอบเกียรติ กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจโบรกเกอร์ บริษัทได้เร่งขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าสถาบัน ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยที่มีทิศทางที่ดีขึ้น เชื่อว่าจะหนุนให้ธุรกิจขยายตัวตาม โดยในช่วงที่ผ่านมาฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ได้มีการโรดโชว์ เพื่อให้ข้อมูลกับนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ AECS มีทีมงานวิเคราะห์ที่มีความแม่นยำช่วยให้การทำตลาดได้ดีและง่ายขึ้น

ขณะเดียวกันบริษัทจะมุ่งเน้นงานด้านวาณิชธนกิจ (Investment Banking) โดยเฉพาะการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินการลงทุนทั้งตลาดในประเทศไทย และกลุ่มประเทศในตลาดอาเซียนอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีหลายโครงการในมือ ทั้งการเป็นที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาฟื้นฟูปรับโครงสร้าง,ที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุน

นอกจากนี้ ยังมีดีลงานไอพีโอในมือ 3-4 ดีล มูลค่ารวมประมาณ 7-8 พันล้านบาท ซึ่งมีทั้งการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน โดยคาดว่าน่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทยได้ 1-2 บริษัทภายในไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้

นายกอบเกียรติ กล่าวอีกว่า บริษัทเตรียมยื่นขอทำธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ในไตรมาส 4/2557 นี้ เพื่อกระจายฐานรายได้และรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ซึ่งปัจจุบันมีใบอนุญาตอยู่แล้ว เพียงแต่ขอให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) มาตรวจสอบความพร้อมเรื่องระบบให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน