ชงเรื่องสอบผจก.สุดสัปดาห์ให้อนุฯตรวจสอบ

ชงเรื่องสอบผจก.สุดสัปดาห์ให้อนุฯตรวจสอบ

ปธ.สภาการหนังสือพิมพ์ชงเรื่องสอบผจก.สุดสัปดาห์ให้ อนุฯสอบเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบตามขั้นตอนของสภาการฯ

นายจักรกฤษณ์ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามคำสั่งที่ 108/2557 ที่กล่าวหาหนังสือเอเอสทีวีผู้จัดการ สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 251 ประจำวันที่ 26 ก.ค. - 1 ส.ค. 57 ว่าตีพิมพ์เนื้อหาที่เป็นเท็จ และทำให้สาธารณะเกิดความเข้าใจผิดต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ฐานะหัวหน้าคสช. ซึ่งถือเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือ ว่า หลังจากที่คสช. ได้ส่งเรื่องร้องเรียนพร้อมเอกสารตามข้อกล่าวหามายังสภาการหนังสือพิมพ์ฯ แล้วทางคณะกรรมการได้นำมาพิจารณาและสรุปว่าจะส่งเรื่องให้ คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ที่มีนายสิทธิโชค ศรีเมือง รองประธานสภาการหนังสือพิมพ์ฯ คนที่ 2 เป็นประธานฯ ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนการตรวจสอบที่กำหนดไว้ในธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. 2540 และข้อบังคับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. 2540 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2554 โดยมีขั้นตอนเบื้องต้นคือ ทางคณะอนุกรรมการฯ จะส่งคำร้องเรียนไปยังคู่กรณี เพื่อให้ทำคำชี้แจง แก้ไข หรือทำคำขอโทษ และหากขั้นตอนดังกล่าวแล้วเสร็จและทางผู้ร้องเรียนพอใจ เรื่องการตรวจสอบตามหนังสือร้องเรียนจะถือเป็นการยุติ ส่วนระยะเวลาดำเนินการนั้นคาดว่าจะทำโดยเร็วที่สุด

"คณะกรรมการสภาการฯ และกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกร้องเรียน ซึ่งถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสียนั้น ได้ถอนตัวออกจากการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย” นายจักรกฤษณ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามในรายละเอียดคำสั่งคสช. ที่ 108/2557 มีลักษณะของการชี้ความผิดผู้ที่ถูกร้องเรียนไปแล้ว จะส่งผลใดๆ ต่อการตรวจสอบหรือไม่ ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวยืนยันว่า “สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติถือเป็นองค์กรอิสระ ต้องดำเนินการตรวจสอบได้อย่างอิสระและเป็นไปตามขั้นตอนข้อกำหนดหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นคำสั่งของ คสช.ฉบับดังกล่าวไม่ถือเป็นลักษณะของการชี้นำ และการตรวจสอบขององค์กรสื่อฯ หากได้ผลว่าเป็นอย่างไรก็ดำเนินการตามข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามเข้าใจว่าหลักการของการกล่าวหาต้องมีลักษณะชี้ผิดอยู่แล้ว"

ถามต่อว่าในการประชุมกรรมการสภาการฯ ได้วางทิศทางการทำงานของสื่อฯ ที่เป็นสมาชิกด้วยหรือไม่ นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า โดยปกติการทำงานของสื่อมวลชนได้คำนึงถึงหลักการสำคัญในการทำงานตามหลักวิชาชีพอยู่แล้วจึงไม่มีประเด็นที่ทางสภาการหนังสือพิมพ์จะกำชับประเด็นใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานทั้งนี้ตามธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. 2540 ข้อ 22 กำหนดว่าเมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ได้ตรวจสอบและดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วให้แจ้งผลพิจารณาให้คณะกรรมการสภาการฯ และคู่กรณีรับทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ หากคู่กรณีฝ่ายใดเห็นว่ามีพยานหลักฐานและเหตุผลอื่นที่ยังไม่ได้พิจารณาให้ยื่นคำคัดค้านต่ออนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ภายใน 20 วัน นับแต่วันได้รับทราบผลพิจารณา และให้คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการอุทธรณ์พิจารณาต่อไป สำหรับโทษการรับผิด โดยหากผลวินิจฉัยออกมาระบุว่า หนังสือพิมพ์ที่เป็นสมาชิกสภาการฯ หรือผู้ประกอบการวิชาชีพหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในสังกัดละเมิดหรือประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ให้หนังสือพิมพ์ฉบับที่ถูกร้องเรียนดังกล่าว ลงตีพิมพ์คำวินิจฉัยอันเป็นที่สุด พร้อมทั้งตีพิมพ์คำขอโทษต่อผู้เสียหาย ในตำแหน่งและขนาดตัวอักษรที่เห็นได้ชัด เผยแพร่ต่อสาธารณะภายใน 7 วัน