'ประยุทธ์'ขีดเส้นกลางสค.เปิดสนช.นัดแรก-ตั้งนายกฯ

'ประยุทธ์'ขีดเส้นกลางสค.เปิดสนช.นัดแรก-ตั้งนายกฯ

หัวหน้า คสช.กางปฏิทินการทำงานตามโรดแมพระยะที่ 2 คาดไม่เกินสิ้นเดือนโปรดเกล้าฯ สนช.

จากนั้นกลางเดือน ส.ค.ประชุมสภานิติบัญญัติฯนัดแรก เดินหน้าเลือกนายกฯ คณะรัฐมนตรี สั่งร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาล-งบประมาณ เตรียมดันเข้าสภาทันที สั่งกลาโหมจัดงาน "คิกออฟ" เปิดตัวสภาปฏิรูป กำชับ 5 กลุ่มงาน คสช.สรุปผลงานต่อเนื่อง ทุกไตรมาสต้องมีผลงานเป็นรูปธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวันของ คสช. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) โดยมีผู้แทนจากส่วนงานต่างๆ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวถึงการเดินหน้าทำงานตามโรดแมพ คสช.ระยะที่ 2 ว่า หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้ว คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือน ก.ค.จะมีการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนที่ สนช.จะเริ่มต้นปฏิบัติงานและเปิดประชุมได้ในช่วงกลางเดือน ส.ค.

จากนั้นจะมีการดำเนินการสรรหานายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งรับสมัครสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยก่อนจะมีสภาปฏิรูป ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการจัดงานคิกออฟเปิดตัวสภาปฏิรูป ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต คาดว่าจะดำเนินการได้ไม่เกินวันที่ 10 ส.ค.นี้ เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจกับทุกฝ่ายว่าจะทำการปฏิรูปประเทศให้เสร็จในเวลา 10 เดือน

นอกจากนั้น ยังได้มอบหมายงานให้เร่งดำเนินการจัดทำคำแถลงนโยบายรัฐบาลและคำแถลงงบประมาณให้เสร็จภายในวันที่ 15 ส.ค.ด้วย

จี้5กลุ่มงานสรุปผลงานทุกไตรมาส

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้หัวหน้า 5 กลุ่มงานของ คสช.ดำเนินการจัดทำโรดแมพการทำงานตลอดระยะเวลาเฟส 2 พร้อมกับสรุปการปฏิบัติงานทุกไตรมาส โดยทุกไตรมาสจะต้องเห็นผลงานที่เป็นรูปธรรม นอกจากนั้นในส่วนของการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการประจำปี ขอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ตรวจสอบคุณสมบัติให้เรียบร้อย ก่อนส่งรายชื่อทั้งหมดมาให้ภายในวันที่ 15 ส.ค. โดยจะยึดระบบการแต่งตั้งเช่นเดียวกับข้าราชการทหาร

สำหรับการปรับปรุงอาคารทำเนียบรัฐบาลนั้น หัวหน้า คสช. บอกว่า ไม่ได้ดำเนินการเพื่อต้อนรับหัวหน้า คสช.หรือใครคนใด แต่เพื่อเป็นหน้าตาของประเทศ ให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปปฏิบัติข้าราชการได้ จึงขอให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ในส่วนของสื่อบางส่วนที่ยังมีการละเมิดประกาศของ คสช.อยู่ ก็ขอให้สมาคมสื่อไปกำกับดูแลกันเอง เพื่อให้การทำงานของทั้งสื่อและ คสช.สามารถเดินหน้าไปได้ด้วยกัน

"สุรชัย"กั๊กถูกทาบนั่ง สนช.หรือไม่

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิเสธที่จะสัมภาษณ์ถึงกรณีมีชื่อเป็นแคนดิเดต สนช. โดยบอกว่าขณะนี้ยังไม่เหมาะสมที่จะให้สัมภาษณ์ เพราะยังไม่มีการโปรดเกล้าฯรายชื่อ สนช.

ส่วนสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) หรือคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้สิทธิ คสช.เป็นผู้แต่งตั้งตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ทราบว่าจะมีใครบ้าง อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เคยเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 มองว่าบุคคลที่เข้าไปทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องเป็นผู้รู้ในด้านกฎหมายมหาชนและรัฐธรรมนูญ เพราะต้องร่วมออกแบบประเทศทั้งหมด เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย

"ผมตอบไม่ได้ว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรจะยากหรือง่ายเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ผมร่วมยกร่าง แต่กรณีที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้กำหนดกรอบของรัฐธรรมนูญฉบับถาวรไว้แล้วนั้น เป็นหน้าที่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ต้องนำไปต่อยอด แต่ไม่ได้ปิดประเด็นแค่ที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดกรอบไว้เท่านั้น" นายสุรชัยกล่าว

สำหรับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อาจถูกครหาว่าสืบทอดอำนาจของ คสช.นั้น นายสุรชัย กล่าวว่า สิ่งที่จะลดข้อครหาได้ก็คือ ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยเฉพาะการรับฟังความคิดเห็นต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร

"พรเพชร"ปัดให้สัมภาษณ์-หวั่นผูกมัด

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้า คสช. เนื่องจากมีชื่อเป็นแคนดิเดทประธาน สนช. และประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่สามารถติดต่อได้

อย่างไรก็ดี จากการประสานงานไปยังเลขานุการส่วนตัวของนายพรเพชร ได้รับคำตอบว่า นายพรเพชรยังไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ เพราะอยู่ในตำแหน่งที่ปรึกษา คสช. ดังนั้นการให้สัมภาษณ์ประเด็นใดๆ จะเป็นการผูกมัด

สภาพร้อมชงข้อบังคับประชุม สปช.ใหม่

ด้าน นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นรัฐสภาว่า ยังไม่ทราบว่าจะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกเมื่อไร เพราะต้องรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง สนช.ก่อน และต้องมีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาด้วย อย่างไรก็ดี ทางรัฐสภาได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว

ส่วนกรณีการยกร่างข้อบังคับของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นรับผิดชอบดูแลนั้น นายจเร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่เคยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็สามารถใช้ข้อบังคับ สนช.ได้โดยอนุโลม แต่ครั้งนี้หาก สปช.จะมีข้อบังคับเป็นของตัวเอง ก็ได้เตรียมยกร่างข้อบังคับไว้แล้ว เท่าที่ดูหลักเกณฑ์ของสปช.จะไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก ดังนั้นขึ้นอยู่กับ สปช.ว่าจะใช้ข้อบังคับของ สนช.ได้หรือไม่ หรือว่าจะยกร่างข้อบังคับใหม่ของตนเอง

แจงสอบทุจริตสภาคืบหน้า

นายจเร ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตโครงการจัดซื้อจัดจ้างของสภาว่า ขณะนี้การดำเนินการตรวจสอบทุจริตถือว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก โดยคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ได้ตรวจสอบเรื่องที่เกี่ยวพันกันทั้งกระบวนการ และได้รายงานข้อมูลมายังตนในบางเรื่องบางโครงการแล้ว

อย่างไรก็ตาม โครงการที่ทางสภาได้ตรวจสอบ เป็นเรื่องที่มีการร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มีการตรวจสอบด้วยอีกทางหนึ่ง ดังนั้นตนจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.อย่างเต็มที่ โดยได้ส่งเอกสารพยานหลักฐานที่ ป.ป.ช.ต้องการใช้ประกอบการตรวจสอบไปให้ ป.ป.ช.เรียบร้อยแล้ว