ศพแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอลถึงบ้านแล้ว

ศพแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอลถึงบ้านแล้ว

ศพแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอลถึงบ้านที่จ.น่านแล้ว เวลา 02.01 น. ท่ามกลางความเศร้าโศกพ่อแม่ญาติต่างร่ำไห้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านเลขที่ 133 หมู่ 3 บ้านค้างฮ่อ ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน ตั้งแต่หัวค่ำ นายบัญชา กิตติยังกุล อายุ 63 ปี ชาวเขาเผ่าม้ง บิดาของนาย นรากร กิตติยังกุล อายุ 36 ปี ผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในประเทศอิสราเอล พร้อมด้วยญาติๆ และเพื่อนบ้านต่างมาจับกลุ่มพูดคุย อย่างใจจดใจจ่อ โดยไม่ยอมหลับนอน เพื่อรอรับศพนายนรากร ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ท่ามกลางบรรยากาศอันโศกเศร้า

นายบุญเลิศ กิตติยังกุล อายุ 50 ปี ผู้เป็นอาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อศพของหลานชายมาถึงพ่อแม่ญาติพี่น้อง จะช่วยกันทำความสะอาดร่างกาย ล้างหน้าล้างตา มือเท้า แล้วแต่งศพใส่ชุดประจำเผ่าม้งและจะมีการยิงปืนจุดปะทัด โดยทางญาติจะยิงปืนขึ้นไปบนฟ้า 3 นัด เป็นสัญญาณบอกว่ามีการตายเกิดขึ้นในบ้านหลังนั้น จากนั้นผู้อาวุโสในเรื่องของพิธีกรรมประจำหมู่บ้านจะมาทำพิธีส่งวิญญาณของผู้ตายให้กลับไปยังบ้านเก่า ก่อนที่จะมาเกิดในบ้านปัจจุบัน

"ม้งเชื่อว่าพิธีศพที่ครบถ้วนถูกต้อง จึงจะส่งวิญญาณผู้ตายไปสู่สุคติ โดยการเป่าแคนม้งส่งดวงวิญญาณสู่บรรพชน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 - 31 ก.ค.โดยพิธีฝังศพจะมีขึ้นในวันที่ 31 ก.ค."นายบุญเลิศ กล่าว

ต่อมาเวลา 02.01 น. รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ฮภ 7456 กรุงเทพมหานคร ซึ่งนำร่างไร้วิญญาณเหยื่อสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ได้แล่นมาถึงที่บ้าน ท่ามกลางเสียงพ่อแม่ญาติพี่น้องต่างร่ำไห้ด้วยความเศร้าโศก โดยศพนายนรากร ถูกบรรจุกล่องกระดาษแข็งสีน้ำตาล เมื่อแกะกล่องออกภายในในเป็นโรงไม้อัด บรรดาญาติช่วยกันนำร่างของนายนรากร เข้าไปในบ้าน ช่วยกันทำความสะอาดร่างกาย มีการยิงปืน 3 นัด เป็นสัญญาณบอกว่ามีการตายเกิดขึ้นในบ้านหลังนั้น

ทั้งนี้ ร่างกายของนายนรากร มีบาดแผลเป็นรอยยาวจากสะเก็ดระเบิดที่หน้าอกด้านซ้ายบริเวณหัวใจ และหน้าอกด้านขวา ที่แขนและรำตัวที่ถูกสะเก็ดเล็กๆ หลายแห่ง จากนั้น ญาติผู้ตายได้นำผ้าแดงมาผูกที่ข้อมือซ้ายให้กับญาติพี่น้อง และผู้ที่ไปร่วมงานรวมทั้งผู้สื่อข่าวด้วย เพื่อให้ขวัญอยู่กับร่างกาย เมื่อออกจากบ้านผู้ตายก็จะแก้ผ้าแดงออกนำไปผูกกับต้นไม้

ต่อมา ผู้อาวุโสในเรื่องของพิธีกรรมประจำหมู่บ้านก็ถือหน้าไม้มีดพกไม้เสี่ยงทาย พร้อมด้วยเหล้าขาว ไข่ต้ม ข้าว ใส่ชามมาให้ผู้ตายกิน เป็นการทำพิธีบอกทางให้ผู้ตายเดินทางกลับไปบ้านเก่าของผู้ตาย ก่อนที่จะลงมาเกิดยังโลกมนุษย์ ด้วยการโยนไม้เสี่ยงทายถ้าหากไม้ที่โยนขึ้นไปตกลงมาคว่ำทั้งหมดแสดงผู้ตายยอมกลับไปบ้านเก่า คืนนี้ปรากฏว่าไม้ไม่ยอมคว่ำ ซึ่งตามความเชื่อว่าผู้ตายคงไปไม่ถูกจึงต้องฆ่าไก่เพื่อให้วิญญาณไก่นำทางให้ผู้ตายเดินทางไปบ้านเก่า

นายนายบัญชา กิตติยังกุล บิดาของนายนรากร กล่าวว่า ดีใจมากที่ร่างของลูกชายได้เดินทางกลับถึงบ้านแล้ว ซึ่งงานศพจะจัดระหว่างวันที่ 29 - 31 ก.ค.โดยพิธีฝังศพจะมีขึ้นในวันที่ 31 ก.ค. ขณะนี้ได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว 40,000 บาท เป็นค่าจัดการศพ ในเรื่องการช่วยเหลือต่อจากนี้ ยังไม่ทราบ ส่วนเรื่องภรรยาและลูกชายของ นายนรากร ติดต่อได้แล้วคาดว่าจะเดินทางมาไหว้ศพในวันนี้