จีนรุกหนักตรวจอาหารปลอดภัย

จีนรุกหนักตรวจอาหารปลอดภัย

จนท.คุมกฏระเบียบด้านอาหารของจีน เดินหน้าตรวจสอบร้านอาหาร ธุรกิจ และผู้จัดจำหน่ายอาหารเกือบ 600 แห่งทั่วประเทศ

เรื่องอื้อฉาวในอุตสาหกรรมอาหาร ที่สร้างความตื่นตระหนกระลอกใหม่ให้กับชาวจีนนั้น เกิดขึ้นจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สถานีโทรทัศน์จีนได้นำเสนอรายงานข่าวที่แสดงให้เห็นว่า พนักงานของเซี่ยงไฮ้ หูสี ฟู้ด โค ผู้จัดหาเนื้อสัตว์ให้กับแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดต่างชาติ ในเครือโอเอสไอ กรุ๊ป ของสหรัฐ ใช้เนื้อที่หมดอายุนานแล้ว และเนื้อที่ตกลงไปอยู่ที่พื้น มาผสมกับเนื้อใหม่ ขายให้กับลูกค้า ซึ่งในเวลาต่อมา ทางการเซี่ยงไฮ้ได้มีคำสั่งปิดโรงงานของบริษัทนี้ และได้จับกุมผู้เกี่ยวข้อง 5 คน

สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้บรรดาเครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่เป็นลูกค้าของบริษัทเซี่ยงไฮ้ หูสี ฟู้ด ในประเทศจีน ซึ่งมีทั้งแมคโดนัลด์ เคเอฟซี พิซซ่าฮัท ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ เบอร์เกอร์คิง ร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น และพิซซ่า ปาปา จอห์นส ต่างทยอยกันออกมาประกาศยกเลิกการขายสินค้า ที่มีส่วนผสมเกี่ยวข้องกับเนื้อที่เซี่ยงไฮ้ หูสี ฟู้ด โค เป็นผู้จัดหามา

ล่าสุด แมคโดนัลด์สาขากรุงปักกิ่ง และนครเซี่ยงไฮ้ ประกาศยกเลิกเมนูแฮมเบอร์เกอร์ที่มีเนื้อวัวและเนื้อไก่เป็นส่วนประกอบ แต่ลูกค้ายังคงสั่งเมนูที่มีเนื้อปลาและเนื้อหมูได้ บางสาขาขายเฉพาะแซนด์วิชปลาเท่านั้น ทั้งทุก ๆ เคาน์เตอร์ยังมีป้ายข้อความภาษาจีนและอังกฤษระบุว่า "แมคโดนัลด์เสียใจที่้ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบว่า สาขานี้ให้บริการได้เฉพาะบางเมนู"

ข้อมูลจากเว็บไซต์แมคโดนัลด์ส นับถึงเมื่อสิ้นเดือนเมษายน ระบุว่า ยักษ์ใหญ่แฮมเบอร์เกอร์รายนี้มีสาขาในจีนมากกว่า 2,000 สาขา ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบครอบคลุมกี่สาขา

ข่าวฉาวเรื่องการใช้เนื้อสัตว์หมดอายุขยายตัวไปถึงญี่ปุ่น และฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน

ก่อนหน้านี้ แมคโดนัลด์ แถลงว่า ร้านสาขาในญี่ปุ่นกว่า 3,000 สาขา หยุดขายสินค้าที่ใช้เนื้อไก่จากจีนแล้ว แต่ไม่ได้ระบุชื่อซัพพลายเออร์ ขณะที่ร้านค้าปลีกรายใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างแฟมิลี มาร์ท ก็หยุดขายเนื้อไก่ที่มาจากโรงงานในเซี่ยงไฮ้ด้วยเช่นกัน

ส่วนในฮ่องกง บริษัทก็ได้ระงับการขายเมนูนักเก็ตไก่ และอื่น ๆ อีกหลายรายการ รวมทั้งเบอร์เกอร์ไก่ สลัด และชามะนาว หลังยอมรับว่านำเข้าอาหารจากโรงงานที่มีปัญหาจริง

ทั้งนี้ ผู้บริโภคจีนมีความอ่อนไหวต่อเรื่องความปลอดภัยของอาหารอย่างมาก นับแต่เกิดเหตุอื้อฉาวเรื่องนมผงทารกปนเปื้อนเมื่อปี 2551 ทั้งในปี 2555 ความกังวลในเรื่องความปลอดภัยของอาหาร ก็ทำให้เคเอฟซี เจอกับยอดขายที่ร่วงลงอย่างหนัก ขณะที่วอลมาร์ท ก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรงในช่วงต้นปีนี้ ในเรื่องเกี่ยวกับสินค้าเนื้อปนเปื้อน