'วัชรพล'ยันกลางส.ค.รู้ผบ.ตร. ปัดมีคนในใจ

'วัชรพล'ยันกลางส.ค.รู้ผบ.ตร. ปัดมีคนในใจ

"พล.ต.อ.วัชรพล"ระบุกลางส.ค. รู้ตัวผบ.ตร.คนใหม่ ปัดมีคนในใจ 5บิ๊กตำรวจมีโอกาสทุกคน

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีการพิจารณาเสนอชื่อ ผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. คนต่อไป หลังจากให้รองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.)ส่งประวัติ ผลงานและวิสัยทัศน์ให้พิจารณา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ว่าได้รับวิสัยทัศน์ ของรองผบ.ตร.และจตช.ทั้ง 5 คนแล้ว เริ่มดูไปบ้างแล้ว ได้กำหนดหัวข้อให้เขียนวิสัยทัศน์มาความยาวไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ ตอนนี้อยู่ในขั้นพิจารณา โดยหลักในการพิจารณาเลือกผบ.ตร.กฎหมายตำรวจให้พิจารณาจากปัจจัย ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ วิสัยทัศน์ อาวุโส ผลงาน โดยการพิจารณาวิสัยทัศน์เป็นมิติที่ดี เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เห็นว่าผู้ที่มีสิทธิขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. มีแนวคิดอย่างไรในการนำพาองค์กรตำรวจที่มี 215,000 คน และมีหน้าที่สำคัญมากในการดูแลความสงบเรียบร้อย การพิจารณาคัดเลือกต้องดูหลายองค์ประกอบไม่สามารถบอกเป็นสัดส่วน ได้ว่าใช้ปัจจัยใด กี่เปอร์เซ็นต์ สำหรับเรื่องความอาวุโสที่กฎหมายไม่ระบุว่าต้องพิจารณาเรียงอาวุโส แต่ให้นำมาเป็นองค์ประกอบเท่านั้น

รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่พิจารณา ยังไม่มีใครคนใดคนหนึ่งในใจ ขณะนี้ รองผบ.ตร.และจตช.ทุกคนตั้งใจทำงาน ตนให้สำนักงานกำลังพลจัดทำประวัติการรับราชการ ผลงานของทั้ง 5 คน มาพิจารณาประกอบวิสัยทัศน์ ตอนนี้ทั้ง 5คนได้รับการพิจารณามีโอกาสเท่ากัน

"คุณสมบัติของผบ.ตร.ตอนนี้ ต้องทุ่มเท เสียสละ มุ่งมั่น ตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริต มีวิสัยทัศน์ กล้าคิด ช่วงที่ผ่านมาประชาชน เรียกร้อง 2 เรื่อง คือ ปฏิรูปการเมือง และปฏิรูปตำรวจ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปตำรวจเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทั้ง 5ท่าน ต้องไปคิด ถึงความคาดหวังของพี่น้องประชาชนที่อยากเห็นตำรวจเป็นอย่างไร ในอนาคตอันใกล้นี้ ทั้ง5คนต้องคิดว่าพร้อมที่จะนำองค์กรไปตามความคาดหวังของประชาชนหรือไม่ อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ว่าจะเห็นชอบตามที่ผมเสนอไปหรือไม่ หากเสนอแล้วก.ต.ช.ไม่เห็นชอบ ต้องกลับมาทบทวนแล้วเสนอใหม่"รรท.ผบ.ตร.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.ที่เป็นประธานก.ต.ช.ก่อนหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ต้องไปคุยกับพล.อ.ประยุทธ์ ในประเด็นจังหวะเวลาในการแต่งตั้ง ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว โดยคิดว่าน่าจะแต่งตั้งผบ.ตร.ในห้วง 2 สัปดาห์นี้ ประมาณกลางเดือนสิงหาคม เพื่อให้การแต่งตั้งระดับพล.ต.ต.เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม ตามกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งฯ แต่หากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของการมีนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีก็อนุโลมขอเลื่อนการแต่งตั้งระดับรองลงมาออกไปได้ อย่างไรก็ตามต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ตกลงว่าจะประชุมแต่งตั้งผบ.ตร.เมื่อไร แต่ไม่ใช่สัปดาห์นี้ เพราะสัปดาห์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เพื่อแต่งตั้งอนุก.ตร. อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ถามถึงรองผบ.ตร.หรือจตช.คนใดเป็นพิเศษ แต่ชื่นชมการทำงานของตำรวจในช่วงนี้ว่ามีความเข้มแข็ง คุมปัญหาอาชญากรรมอย่างเต็มที่ ตนชื่นชมรองผบ.ตร.ทุกคนที่ตอนนี้ช่วยกันทำงาน

เมื่อถามว่าการที่ คสช.มอบหมายพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร.ด้านความมั่นคงให้ไปกำกับดูแลเหตุระเบิดรถยนต์ที่อ.เบตง จ.ยะลา เป็นการบอกกลายๆหรือไม่ ว่าไว้วางใจให้เป็นผบ.ตร.คนต่อไป รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า งาน 3จังหวัดภาคใต้เป็นเรื่องความมั่นคง ตนติดราชการพื้นที่อื่นๆ จึงให้ พล.ต.อ.สมยศไปดู การมอบหมายงานให้พล.ต.อ.สมยศดูงานความมั่นคงก็ไม่มีอะไรพิเศษ ทุกหน้างานมีความสำคัญ ทั้งยาเสพติดที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.กำกับอยู่

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการมองว่าพล.ต.อ.สมยศ คือตัวเก็ง พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ทั้ง 5คนมีความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับบทบาทของงาน สื่อมวลชน พี่น้องประชาชนสนใจประเด็นอะไร งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ก็สำคัญ รองผบ.ตร.-จตช.ทุกคนยังมีโอกาส ถึงวันที่ต้องเลือกตนไม่ลำบากใจ แต่คงสบายใจด้วยซ้ำที่ได้เสนอ แล้วเสร็จ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับก.ต.ช.เชื่อว่า เมื่อเลือกใครคนใดคนหนึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาความขัดแย้ง ตำแหน่งผบ.ตร.เป็นตำแหน่งสูงสุดตำแหน่งเดียว ก็ต้องเลือกคนเดียว ส่วนกรณีพล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา(สบ10) หากมีการโปรดเกล้าฯเป็นรองผบ.ตร.ก่อนการแต่งตั้งผบ.ตร.ก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องพิจารณาด้วย ////