กรมศุลฯแถลงจับงาช้างมูลค่า9ลบ.

กรมศุลฯแถลงจับงาช้างมูลค่า9ลบ.

กรมศุลฯแถลงจับงาช้าง มูลค่า 9 ล้านบาท รับขนมาจากประเทศไอวอรี่โคสต์ ใช้ไทยเป็นทางผ่านไปยังกัมพูชา

เมื่อเวลา11.00 น.วันนี้(28ก.ค.) นายไพศาล ชื่นจิตร รองอธิบดีกรมศุลกากร และนายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบค้างาช้าง รวบผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 2 คน คือนายเลือง เตี๋ยน ฟง(Mr.Luong Tien Phong) ชาวเวียดนาม อายุ 62 ปี และนางเฉิน จื้อ เหวิน (Mrs.Chen Zhiyu) ชาวจีน อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง งาช้าง จำนวน 18 ชิ้น น้ำหนัก 15 กก. และผลิตภัณฑ์ทำจากงาช้าง จำนวน 587 ชิ้น น้ำหนัก 45 กก. มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท

นายไพศาล เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากกรมศุลกากรมีนโยบายด้านการควบคุมทางศุลกากร และปกป้องสังคมอย่างเคร่งครัด ได้กำชับให้เจ้าหน่าที่ศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้น ป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งซากสัตว์ป่า ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตรท (CITES) ที่จะลักลอบนำเข้ามาผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศุลกากรร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักสืบสวนปราบปราม และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ประสานวางแผนตรวจค้นจับกุมการลักลอบนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักร ซึ่งสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เนื่องจากตรวจพบกระเป๋าสัมภาระต้องสงสัยจำนวน 4 ใบ ของผู้โดยสารที่จะเปลี่ยนเครื่องไปเมืองปลายทางเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา โดยสายการบินดังกล่าวเที่ยวบิน PG 909

นายไพศาล กล่าวอีกว่า จากการตรวจค้นพบงาช้าง และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้างในกระเป๋าเดินทางทั้ง 4 ใบ โดยมีนายเลือง ชาวเวียดนาม และนางเฉิน ชาวจีนเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวสอบสวน ทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้รับการว่าจ้างจากคนชาวเอเชีย ให้ขนงาช้างดังกล่าวมาจากประเทศไอวอรี่โคสต์ โดยนายเลือง ได้รับค่าจ้าง 500 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนนางเฉินได้รับค่าจ้าง 300 ดอลลาร์สหรัฐ เชื่อว่าทำเป็นขบวนการ โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการจับกุมมาโดยตลอด ส่วนใหญ่งาช้างจะถูกนำมาจากทวีปแอฟริกา

ด้านนายธัญธา กล่าวว่า ทางการไทยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และเข้มงวดป้องกันและปราบปราม เพื่อให้สังคมโลกได้รับรู้ว่าประเทศไทยไม่ได้สนับสนุนการค้าสัตว์ป่า หรือซากสัตว์ แม้จะเป็นการลักลอบขนผ่านทางประเทศไทยก็ตาม ต้องมีการกวดขันจับกุม เพราะเป็นเรื่องขององค์กรระหว่างประเทศโดยเฉพาะไซเตรทจับตามอง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งแจ้งกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ทราบว่า ของที่พบดังกล่าวเป็นของที่มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ เป็นของต้องห้ามต้องกำกัดในการนำเข้า หรือนำผ่าน จึงเป็นของที่ยังไม่อนุญาตนำเข้า หรือนำผ่าน จึงเป็นของอันพึงริบตามกฎหมาย จึงแจ้งข้อหา การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 27 แห่ง พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2469 และพรบ.สงวนและคุมครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 รวมทั้ง พรบ.โรคสัตว์ระบาด พ.ศ.2499 จึงยึดของกลางดังกล่าวมอบให้กรมอุทยานฯ แล้วควบคุมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป