KTB_Note_280757

KTB_Note_280757

แนะนำ“ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 58 =26.60 บาท

กำไรครึ่งปี 57 เพิ่มขึ้น 5%YoYยังคงประมาณการทั้งปีตามเดิม

• แจ้งกำไรสุทธิ 2Q57 เพิ่มขึ้น 17%YoYแต่ลดลง 9%QoQกำไรครึ่งปีโต 5%

• สินเชื่อครึ่งปี 57 เติบโต 5.78%YTD สูงสุดในกลุ่ม

• คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 58 เท่ากับ 26.60 บาท

ประเด็นสำคัญในการลงทุน:

แจ้งกำไรสุทธิ 2Q57 เพิ่มขึ้น 17%YoY แต่ลดลง 9%QoQกำไรครึ่งปีโต 5% : กำไรในช่วง 2Q57 ที่ 7.54 พันล้านบาท ออกมาตํ่ากว่าคาดถึง 15% แต่ยังเพิ่มขึ้น17%YoY แต่ลดลง 9%QoQ จากการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มเติมอีก 3 พันล้านบาท จากที่ตั้งปกติเดือนละ 700 ล้านบาท รวมเป็นสำรองหนี้สูญ 5.3 พันล้านบาท ในไตรมาสนี้เพื่อรองรับกับสินเชื่อด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้น 10%YTD ในไตรมาสนี้มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ดีกว่าคาดโดยปรับขึ้นเป็น 2.85% จาก 2.72% ใน 2Q56 สำหรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยยังเติบโตดีจากกำไรจากเงินลงทุน รายได้จากเงินปันผล และรายได้จากธุรกิจเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ลดลงเหลือ 42% จาก 45% ใน 2Q56 กำไรครึ่งแรกของปี 57เท่ากับ 1.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%YoY โดยคิดเป็น 46% ของประมาณการทั้งปีที่ 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเติบโต 2% จากปี 56 และฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการตามเดิมจากที่คาดว่าผลการดำเนินงานน่าจะดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีตามการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 58 ที่เริ่มได้ตามกำหนดหลังจากคสช.มีโรดแมพกระตุ้นเศรษฐกิจ

สินเชื่อครึ่งปี 57 เติบโต 5.78%YTD สูงสุดในกลุ่ม: สิ้นเดือน มิ.ย. 57 มียอดสินเชื่อสุทธิ 1.8 ล้านล้านบาท มีอัตราการเติบโตสูงสุดในกลุ่มที่ 5.78% เมื่อเทียบกับปลายปี 56 จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อทุกกลุ่ม ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่น่าเป็นห่วง สินเชื่อด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้น 10%YTD ส่วนใหญ่มาจากลูกค้า SME ขนาดเล็กและลูกค้ารายย่อยบางส่วนซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในไตรมาสแรก อัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมเท่ากับ 2.9% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 2.87% ในไตรมาสแรกและระดับ 2.58% เมื่อปลายปี 56 ทั้งนี้การกันเงินสำรองหนี้สูญเพิ่มจากเดิมเดือนละ 500 ล้านบาท เป็น 700 ล้านบาท และการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มเติมในไตรมาสนี้ทำให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อ NPL (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 113% ใกล้เคียงกับปลายปี 56 ที่อยู่ที่ระดับ 114%

คงคำแนะนำ “ซื้อ”ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 58 เท่ากับ 26.60 บาท: KTB เป็นแบงก์รัฐทำให้ได้รับประโยชน์จากโรดแมพกระตุ้นเศรษฐกิจของ คสช.และการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 58 ได้ตามกำหนด ด้านฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งสามารถขยายธุรกิจได้ตามแผน ทั้งนี้ การออกหุ้นกู้ชุดใหม่ตามเกณฑ์ BASEL III ทำให้มีสัดส่วนเงินกองทุนอยู่ที่ 15.58% โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 10.96% ฝ่ายวิจัยได้ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ซึ่งอิง ProspectP/BV ที่ระดับ 1.4 เท่า และ Ke ที่ 12% เท่า อยู่ที่ 26.60 บาท ยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ระดับ 4% สูงที่สุดในหุ้นกลุ่มธนาคารและเป็นระดับที่น่าสนใจ (คาดการณ์เงินปันผลปี 57 ราว 0.89 บาทต่อหุ้น ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”