สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 21-25 กรกฎาคม 2557

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 21-25 กรกฎาคม 2557

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 8 เดือน ขณะที่ หุ้นไทยปรับขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไรของนักลงทุน

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้

อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น

อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคาร ก่อนเข้าสู่ปักษ์ใหม่ของการสำรองสภาพคล่องในวันพุธ ในขณะที่มีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือนด้วย ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) อยู่ที่ 1.90% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.00% เท่ากับสัปดาห์ก่อนเช่นกัน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 28 ก.ค.- 1 ส.ค. 2557 คาดว่าจะมีการทยอยไหลกลับเข้ามาของสภาพคล่องหลังผ่านสิ้นเดือน ทั้งนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะทรงตัวอย่างต่อเนื่องใกล้ระดับ 2.00%

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.08% ในวันศุกร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยแกว่งตัวผันผวนในสัปดาห์นี้ ในทิศทางเดียวกันกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยปรับลดลงในต้นสัปดาห์ จากความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนที่จะปรับขึ้นในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์หลังการรายงานข้อมูลการจ้างงานรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่ง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.50% ในวันพฤหัสบดี ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 2.48% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุน ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในยูเครนและฉนวนกาซา รวมทั้ง การรายงานข้อมูลเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ก่อนที่จะปรับเพิ่มในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ ตอบรับข้อมูลตลาดแรงงานรายสัปดาห์ที่ออกมาสดใส

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 8 เดือน ก่อนลดช่วงบวกลงท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทางเทคนิค รวมถึงสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ (72.1 พันล้านบาท และ 1.68 พันล้านบาท ตามลำดับ) ท่ามกลางความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงหลายเดือนข้างหน้า นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินบาทยังเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาคด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยลดช่วงบวกลงในช่วงท้ายสัปดาห์ตามแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ (ก่อนการประชุมเฟด) และความต้องการเงินดอลลาร์ฯ ในช่วงปลายเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า

ในวันศุกร์ (25 ก.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.82 หลังแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 8 เดือนที่ 31.74 ในระหว่างสัปดาห์ เทียบกับระดับ 32.13 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (18 ก.ค.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (28 ก.ค.-1 ส.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตากระแสเงินทุนของต่างชาติ และผลการประชุมเฟด ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM ภาคการผลิต ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือนก.ค. ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย จีดีพีประจำไตรมาส 2/57 (ประกาศครั้งแรก) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ยังมีดัชนี PMI เดือนก.ค. ที่ประกาศโดยมาร์กิตของหลายๆ ประเทศ รวมถึงข้อมูลการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนมิ.ย. อีกด้วย

เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรอ่อนค่าลง โดยเงินยูโรเผชิญแรงขายท่ามกลางกระแสการคาดการณ์ว่า แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปน่าจะยังคงเป็นเชิงผ่อนคลาย ซึ่งจะแตกต่างจากเฟดที่ตลาดกำลังจับสัญญาณของจุดเริ่มต้นการปรับอัตราดอกเบี้ยในช่วงปีข้างหน้า นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดในฉนวนกาซ่าและยูเครน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด (อาทิ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปีครึ่ง) เงินยูโรยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ โดยถูกกดดันเพิ่มเติมจากความวิตกเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรมากขึ้นต่อรัสเซียของชาติตะวันตก

เงินเยนอ่อนค่าท่ามกลางกระแสการทยอยเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน ขณะที่ การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็เป็นปัจจัยหนุนเงินดอลลาร์ฯ ให้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ (25 ก.ค.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3448 เทียบกับ 1.3524 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (18 ก.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 101.87 เทียบกับ 101.32 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า

ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย

ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้น จากแรงซื้อเก็งกำไรของนักลงทุน โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,543.85 จุด เพิ่มขึ้น 0.68% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 9.35% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 54,263.78 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 587.68 จุด เพิ่มขึ้น 7.10% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มก่อสร้าง ก่อนที่จะปรับลดลงในวันอังคารหลังคณะรักษา

ความสงบแห่งชาติ(คสช.)เลื่อนการพิจารณาแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานออกไป จากนั้น ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นต่อในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากมีการประกาศรัฐธรรมนูญชั่วคราว ประกอบกับแรงซื้อกลับหุ้นกลุ่มก่อสร้างอีกครั้งจากข่าวการพิจารณาแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ คสช. ที่คาดว่าจะมีขึ้นในอาทิตย์หน้า อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นปรับลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 28 ก.ค.- 1 ส.ค. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีอาจปรับตัวผันผวน แต่มีโอกาสขยับขึ้น ขณะที่ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จีดีพีประจำไตรมาส 2/57 (ประกาศครั้งแรก)และดัชนี ISM ภาคการผลิต โดยบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,530 และ 1,516 จุด ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,568 และ 1,584 จุด ตามลำดับ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนี DJIA ปรับลดลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไร หลังดัชนีแตะระดับสูงสุดใหม่ในวันอังคาร โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนี DJIA ปิดที่ 17,083.80 จุด ลดลง 0.10% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ จากความกังวลสถานการณ์ในยูเครนและฉนวนกาซ่า ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในวันอังคาร จากการรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน ก่อนที่ตลาดจะปรับลดลงในช่วงปลายสัปดาห์จากแรงขายทำกำไร หลังดัชนีปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่เมื่อวันอังคาร

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้นจากผลกำไรบริษัทที่สดใส โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,457.87 จุด เพิ่มขึ้น 1.59% จากสัปดาห์ก่อน หลังจากปิดทำการในวันจันทร์ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันอังคารนำโดยหุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้รับอานิสงส์ของการอ่อนค่าของเงินเยน จากนั้น ตลาดหุ้นปรับลดลงในช่วงกลางสัปดาห์ โดยนักลงทุนชะลอการลงทุนจากสถานการณ์ตึงเครียดในฉนวนกาซ่าและรอการรายงานผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับพุ่งขึ้นในวันศุกร์จากแรงหนุนของผลกำไรบริษัทที่ออกมาดี