คสช.แถลงผลงาน2เดือนดีขึ้นทุกด้าน

คสช.แถลงผลงาน2เดือนดีขึ้นทุกด้าน

คสช.แถลงผลดำเนินการ 2 เดือนดีขึ้นทุกด้าน พร้อมเตรียมเข้าสู่โรดแมป ในระยะที่ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ รายงานผลการดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาhttp://www.thaigov.go.th/th/news1/item/84986-id84986.html เป็นการปฏิบัติตามแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทย หรือ โรดแมป ระยะที่ 1 โดยการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นก่อนที่ คสช. ได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ต่อไป และเพื่อเตรียมการเข้าสู่โรดแมป ระยะที่ 2 ในกรอบเวลา 2 - 3 เดือน ซึ่ง คสช. ได้พบปัญหาที่ต้องแก้ไขหลายปัญหาด้วยกัน อาทิ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การพนัน ยาเสพติด อาวุธสงครามการ มาเฟีย ลักลอบตัดไม้ทำลาย การดูแลผู้ประกอบการรถรับจ้างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าว

นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องค่าครองชีพ การช่วยเหลือเกษตรกร การปรับปรุงกฎหมาย และกฎระเบียบ เพื่อปลดล็อคปัญหาอุปสรรคในด้านการค้า การลงทุน โดยทุก ๆ มาตรการได้รับฟังความเห็น และข้อเสนอแนะจากทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน และประชาชนเพื่อให้ผลการดำเนินการเป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนและเกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ภารกิจทั้งหมดได้ดำเนินการผ่านการปฏิบัติงานที่แบ่งเป็น 3 กลุ่มงานคือ กลุ่มงานบริหารราชการแผ่นดิน กลุ่มงานรักษาความสงบเรียบร้อย และกลุ่มงานสร้างความปรองดอง และการปฏิรูป

กลุ่มงานบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ฝ่าย และ 1 ส่วนงานต่างเดินหน้าปฏิบัติตามนโยบายที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ได้มอบหมายให้ทุกฝ่ายรีบดำเนินการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนี้

1.ฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. เป็นหัวหน้า และพล.อ.อักษรา เกิดผล เสธ.ทบ. เป็นรองหัวหน้า ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศด้วยการบูรณาการการทำงานที่เกี่ยวข้องในทุกมิติ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของความเห็นต่างทางการเมือง จนนำไปสู่ความแตกแยก การพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมที่เน้นเรื่องผลกำไร รวมทั้งเรื่องแรงงานราคาถูก ควบคู่ไปกับการชี้แจงทำความเข้าใจกับนานาชาติถึงสถานการณ์ และแนวทางของ คสช.

รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งจากการที่หัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ ได้พบปะพูดคุยกับเอกอัครราชทูต สภาหอการค้า และกลุ่มผู้ประกอบการต่าง ๆของต่างประเทศ ส่งผลให้สื่อต่างประเทศนำเสนอข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ของไทยในเชิงบวกมากขึ้น เห็นได้จากในการจัดกิจกรรมระหว่างประเทศเพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงจากภาคส่วนต่าง ๆ มีโอกาสเดินทางมาสัมผัสกับสถานการณ์ในประเทศไทยด้วยตนเอง เช่น การเป็นเจ้าภาพประชุม ระดับรมว. แห่งอาเซียนว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครั้งที่ 6 มีผู้แทนทั้งระดับรัฐมนตรี และอธิบดีมาร่วมประชุมถึง 63 ประเทศ

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพไทยกับมิตรประเทศนั้น ผู้นำกองทัพมิตรประเทศ โดยเฉพาะประเทศใน ASEAN ล้วนมีท่าทีสนับสนุนกองทัพไทยขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาได้แสดงความประสงค์ที่จะมีการฝึกร่วมผสม Cobra Gold 2015 ในไทยต่อไป และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคม สำหรับการดูแล และให้บริการประชาชน ได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของ คสช. เป็นไปอย่างรวดเร็ว และเป็นรูปธรรม

การแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว และการค้ามนุษย์ ที่ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จหรือ One Stop Serviceเพื่อนำแรงงานผิดกฎหมายมาจดทะเบียนให้สามารถตรวจสอบและดูแลได้ตามหลักมนุษยธรรมแล้ว 8 จังหวัด โดยในสัปดาห์นี้ได้จัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนฯ จำนวน 6 ศูนย์ใน กทม. นอกจากนี้ ยังให้ผู้ที่ประกอบกิจการเรือประมงที่มีแรงงานต่างด้าวทำงานอยู่ จัดทำบัญชีรายชื่อ สัญชาติ และจำนวน แจ้งกับแรงงานจังหวัด และจะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้า และจะมีการจัดชุดออกตรวจแรงงานนายจ้าง และผู้ประกอบการอย่างจริงจัง