'รังสิมา'อัด ศธ.ทุจริตไม่เลิก

'รังสิมา'อัด ศธ.ทุจริตไม่เลิก

"รังสิมา" อัด กระทรวงศึกษาธิการทุจริตไม่เลิก จ่อโกงสอบคัด ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา จี้ คสช. เร่งตรวจสอบ

น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการว่า หลังตนเปิดเผยการทุจริตซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการคุรุสภาประจำจังหวัด ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ทราบว่ามีหลายจังหวัดมีการระงับการแต่งตั้งและมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนจนกว่าข้อเท็จจริงจะปรากฏ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส แต่ตนก็ได้รับข้อร้องเรียนจากข้าราชการครูเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอีกมาก เช่นมีการแจ้งข้อมูลว่า ได้มีการวางตัวคนที่จะนั่งในตำแหน่ง ผ.อ.คุรุสภาประจำจังหวัด ในกลุ่มเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว โดยผ่านกระบวนการทางผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัด (ผอ.สกสค.จังหวัด) ซึ่งไม่มีความเสมอภาคและไม่เป็นธรรมต่อผู้สมัครรายอื่นๆ และมีกระบวนกลั่นแกล้งและคุกคามผู้ที่เปิดโปงการทุจริตในการคัดเลือกตำแหน่งนี้ เพราะตำแหน่ง ผ.อ.คุรุสภาประจำจังหวัด จำเป็นจะต้องหาสถานที่ทำการและค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคลากรเป็นจำนวนมาก ตนถือว่า เป็นการผลาญงบฯโดยใช่เหตุและได้นำข้อมูลทั้งหมด ร้องเรียนต่อ คสช. แล้ว

น.ส.รังสิมา กล่าวว่า สำหรับ พ.ร.บ.สภาครูฯ จะมีสองหน่วยงานคือคุรุสภาเป็นสภาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคคลากรทางการศึกษา รู้จักกันในวงการนี้ว่า สกสค.ซึ่งเขาตั้งสำนักงานสกสค.จังหวัดทุกจังหวัดโดยใช้เหตุผลว่าดูแลความเป็นอยู่ของบรรดาครูและบุคลากรทางการศึกษา มีผอ.สกสค.และบุคลากรประจำ แม้ว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดไว้แต่ที่ทำได้เพราะมีรายได้ที่มาจากการจัดสวัสดิการต่างๆ เช่น กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ที่เรียกกันว่า ชพค. และ ชพส.มีองค์การค้าฯที่เดิมเรียกว่า องค์การค้าของคุรุสภา แต่ปัจจุบันเป็นของ สกสค.ตามกฎหมายใหม่ โดยมีหน้าที่ เช่น จัดพิมพ์เครื่องเขียนแบบเรียน การจัดสวัสดิการด้านเงินกู้ จากธนาคารออมสิน เป็นต้น จึงมีรายได้เกิดขึ้นนอกเหนือจากงบประมาณแผ่นดินที่ได้รับการจัดสรรจำนวนหนึ่งในแต่ละปี รายได้ส่วนนี้ สกสค.ก็เอามาเป็นงบประมาณจ้างคนได้ แต่คุรุสภาไม่สามารถหาผลประโยชน์เช่นนี้ได้ หากมี ผ.อ.คุรุสภาจังหวัดก็จะทำหน้าที่เสมือนเป็นหน่วยรับเรื่องเท่านั้น ภาระค่าตอบแทนที่เป็นเงินเดือนและค่าใช้จ่ายในอนาคตก็จะตกเป็นภาระของงบประมาณแผ่นดินในที่สุด

ทั้งนี้ ตนได้รับข้อร้องเรียนจากรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา ในจังหวัดแถบภาคเหนือตอนล่าง ในเรื่องการดำเนินการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เช่น ความไม่ชอบมาพากลในระหว่างการสอบ ผู้สมัครบางรายไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด มีข้าราชการระดับสูงเรียกรับเงินตั้งแต่ 1 - 4 ล้านบาท เป็นต้น จึงขอให้คสช.ได้ออกคำสั่งหรือมาตราในการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของข้าราชการครูที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมและตนอยากให้สังคมร่วมกันตรวจสอบด้วย