รวบ2วินจยย.เถื่อนรีดค่าโดยสารเกินจริง

รวบ2วินจยย.เถื่อนรีดค่าโดยสารเกินจริง

รวบ2วินจยย.เก็บค่าโดยสารเกินจริง จากบีทีเอสหมอชิต ไปคอนโดฯย่านเกษตร 960 บาท อ้างทั้งวันวิ่งวินไม่ได้เงิน

เมื่อวันที่ (26ก.ค.) ที่สน.บางซื่อ พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วาสุเทพ คงกล่อม รอง ผกก.สส.สน.บางซื่อ พ.ต.ต.นาถนริศ รัตนบุรี สว.สส.สน.บางซื่อ เจ้าหน้าฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่ทหารจาก ร.11 พัน.1 รอ. ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายกิตธนะชัย หรือ ต้อม พันฟอง อายุ 26 ปี ชาวจ.ชัยนาท น.ส.วราภรณ์ หรือตุ๊ก รุ่งเรือง อายุ 44 ปี ชาวกทม. พร้อมของกลางเสื้อวินรถจยย.รับจ้างเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หมายเลข 8 ถนนลานหลวง (เสื้อที่นายกิตธนะชัย ใส่วันก่อเหตุ) เสื้อวินจยย. เขตพระนคร หมายเลข 11 หน้าศาลฎีกา (น.ส.วราภรณ์ ใส่วันก่อเหตุ) โดยสามารถจับกุม น.ส.วราภรณ์ ได้ที่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต แขวงและเขตจตุจักร กทม. เมื่อเวลา 16.00 น.ของวันนี้ ก่อนที่นายกิตธนะชัย จะเดินทางมามอบตัวที่ สน.บางซื่อ เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา

พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากน.ส.สุพิณทิพย์ รือเลื่อง อายุ 23 ปี ผู้เสียหาย ว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.20 น. ได้เดินทางจากสุวรรณภูมิ โดยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์แล้วมาลงที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต ฝั่งสวนจตุจักร จากนั้นได้มีกลุ่มรถจยย.รับจ้างเดินเข้ามาสอบถามว่าจะเดินทางไปไหน ซึ่งผู้เสียหายได้บอกว่าจะเดินทางไปคอนโดศุภาลัย ย่านเกษตร ซึ่งมีจยย.รับจ้าง จำนวน 2 คน รับว่าจ้างไปส่ง โดยให้ผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายรถจยย.ที่มีผู้ชายขับ และให้นำกระเป๋าเดินทางขึ้นรถจยย.รับจ้างอีกคันที่เป็นผู้หญิงขับ โดยไม่มีการตกลงค่าโดยสาร กระทั่งเมื่อถึงปลายทางคนขับรถจยย.ดังกล่าวได้เรียกค่าโดยสารคันละ 480 บาท รวมเป็นเงิน 960 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าปกติ ทางน.ส.สุพิณทิพย์ จึงเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์พร้อมระบุตำหนิรูปพรรณวินจยย.ทั้งสอง ซึ่งหลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแสและตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนกระทั่งพบนายกิตธนะชัย และน.ส.วราภรณ์ มีลักษณะเหมือนกับที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ จึงดำเนินการจับกุมแล้วให้ผู้เสียหายเดินทางมาชี้ตัวยืนยัน

พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้งสองพบว่า นายกิตธนะชัย เคยถูกจับในข้อหาครอบครองยาเสพติดในพื้นที่ของ สน.สุทธิสาร เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่วนน.ส.วราภรณ์ มีหมายจับของ สน.ชนะสงคราม ติดตัวอยู่ ในข้อหาลักทรัพย์ ส่วนเสื้อวินมที่ใช้ก็ไม่ได้เป็นวินประจำที่ให้บริการอยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต แต่เป็นเสื้อที่ใช้วิ่งรับจ้างอยู่เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและเขตพระนคร ส่วนรถจยย.ที่ใช้รับจ้างส่งผู้โดยสารก็เป็นรถป้ายทะเบียนขาว โดยที่ผู้ต้องหาทั้งสองไม่ได้เป็นผู้ลงทะเบียนวินจยย.รับจ้างตามที่กฎหมายกำหนดได้ไว้

จากการสอบสวนนายกิตธนะชัย ให้การรับสารภาพว่า เพิ่งกระทำความผิดเป็นครั้งแรก โดยใช้วิธีหาเป้าหมาย ก่อนถามว่าจะไปไหน เมื่อทราบที่หมายแล้วก็จะเชิญชวนให้ขึ้นรถจยย.รับจ้างของตน โดยให้เหตุผลว่าสะดวกกว่ารถแท็กซี่ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการจราจรติดขัด ซึ่งในวันเกิดเหตุตนเห็นผู้เสียหายเดินลงสถานีรถไฟฟ้ามา จึงร่วมกับวินรถจยย.คนอื่นอีกประมาณ 6 คน เดินเข้าไปถามที่หมาย ก่อนจะพาไปส่งที่คอนโดย่านเกษตร โดยมีน.ส.วราภรณ์ เป็นคนขี่รถจยย.ขนกระเป๋าไปให้ เมื่อส่งเสร็จจึงเรียกค่าบริการคันละ 480 บาท รวมเป็นเงิน 960 บาท ทั้งที่ปกติราคาบริการจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิตไปแถวเกษตรจะอยู่ที่ 80-120 บาท

ส่วนสาเหตุที่เรียกราคาเกินจริง เพราะในวันนั้นตนวิ่งวินไม่ได้เงินเลย เนื่องจากที่ประจำมีผู้ใช้บริการน้อย ทั้งนี้ หลังได้เงินแล้วก็นำไปแบ่งให้กับน.ส.วราภรณ์ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านทันที โดยไมได้มาก่อเหตุลักษณะนี้อีก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่ากฎหมายกำหนดในกฎกระทรวง มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป