'กฤตยา ล่ำซำ' ชีวิตที่..ติดดิน

'กฤตยา ล่ำซำ' ชีวิตที่..ติดดิน

การจากไปของ "กฤตยา ล่ำซำ" สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับคนในตระกูล "ล่ำซำ"และผู้คนที่ได้ใกล้ชิดเธอเป็นอย่างมาก

การจากไปของ "กฤตยา ล่ำซำ" สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับคนในตระกูล "ล่ำซำ" ตลอดจนพนักงานของ บริษัท เมืองไทยประกันภัยจำกัด (มหาชน) และผู้คนที่ได้ใกล้ชิดเธอเป็นอย่างมาก เพราะใครที่รู้จักเธอจะทราบดีว่า เธอเป็นคนที่ "ติดดิน" ให้ความเป็นกันเองกับทุกคนโดยไม่ถือตัว

กฤตยา มีชื่อเล่นว่า "ลูกปัด" เป็นลูกสาว "ยุตติ" และ "โกสัลล์ ล่ำซำ" มีพี่น้อง 2 คน โดย "ลูกปัด" เป็นคนเล็ก มีพี่สาว ชื่อ "จิตกานต์จันทรวิโรจน์"

สำหรับประวัติการศึกษา กฤตยา จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรีคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี (สาขาการธนาคารและการเงิน) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2529 จบปริญญาโท สาขา MIS ที่มหาวิทยาลัย บอสตัน สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2531

ส่วนสามีชื่อ "เรโด้ กาสเทลลาซซี่" เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งสองมีบุตรสาว 1 คน ชื่อ ด.ญ.เรยา ล่ำซำ หรือ " น้องเป๊ปเปอร์"

หลังจากสำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยบอสตัน "กฤตยา" ได้เริ่มงานในตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ภัทรธนกิจ เมื่อปี 2531 จนกระทั่งปี 2536 เริ่มเข้าสู่ชายคา บริษัท ภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและพัฒนาธุรกิจ

กระทั่งปี 2541 เธอขึ้นดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ของ ภัทรประกันภัย ก่อนจะก้าวขึ้นเป็น “กรรมการผู้จัดการ” ของบริษัทในปี 2544

ต่อมาในปี 2551 ภัทรประกันภัย ได้ควบรวมกิจการกับ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยใช้ชื่อ “เมืองไทยประกันภัย” ในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้ "กฤตยา" มีตำแหน่งเป็น “กรรมการผู้จัดการ” ของ เมืองไทยประกันภัย ด้วย โดยดำรงตำแหน่งควบคู่กับ "นวลพรรณ ล่ำซำ"ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องในตระกูล “ล่ำซำ” จนถูกเรียกขานเป็น “เอ็มดีหญิงคู่ดูโอ”

กระทั่งในช่วงต้นปี 2555 "กฤตยา" ได้ขอถอนตัวจากตำแหน่ง “กรรมการผู้จัดการ” ของเมืองไทยประกันภัย โดยเธอให้เหตุผลว่าต้องการพักผ่อน ทำให้ปัจจุบันเธอมีตำแหน่งเป็น “กรรมการ” และ "กรรมการผู้อำนวยบริหาร" ใน เมืองไทยประกันภัย

กฤตยา ถือเป็นหนึ่งในบุคลากรวงการประกันภัยที่ทำงานด้านนี้มานานกว่า 17 ปี และยังจบหลักสูตรการอบรม "Advanced Course inNon-Life Insurance" จาก SITC) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งหลักสูตรการพัฒนากรรมการบริษัท (DCP) รุ่นที่ 4 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

ในวงการธุรกิจประกันภัย กฤตยา นับเป็นที่รักของทุกคน เพราะเธอมีบุคลิกที่เป็นกันเอง ไม่ถือตัว แถมยังค่อนข้างติดดิน จึงเป็นที่รักของทุกคนที่ได้ใกล้ชิดเธอ โดยนิสัยส่วนตัวแล้ว กฤตยา ชอบที่จะอ่านหนังสือ มากกว่าที่จะออกงานสังคม จึงทำให้ชื่อเสียงของเธอไม่เด่นดังเหมือนคนอื่น

กฤตยา เป็นคนที่ชอบออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ กีฬาโปรดของเธอ คือ การปั่นจักรยาน ตีกอล์ฟ โยนโบว์ลิ่ง ขณะเดียวกันเธอยังชอบท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ด้วย โดยเธอมีกฎส่วนตัว คือ ต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งกับครอบครัว

การจากไปของ กฤตยา จึงนำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจให้กับคนในครอบครัวตระกูล “ล่ำซำ” และพนักงานของ เมืองไทยประกันภัย เป็นอย่างมาก

ญาติรับศพ"กฤตยา"-ไม่ติดใจคดี

จากกรณีนางกฤตยา ล่ำซำ อายุ 48 ปี กรรมการที่ปรึกษา บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และอดีตกรรมการผู้จัดการ ถูกนายเรโด้ กาสเทลลาซซี่ อายุ 55 ปี สามีชาวสวิตเซอร์แลนด์ ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต ก่อนยิงตัวตายตาม เหตุเกิดในห้องพักคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ภายในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 (ซอยพระพินิจ) ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร เมื่อคืนวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น

วานนี้ (26 ก.ค.) ครอบครัวของนางกฤตยาเดินทางไปติดต่อขอรับศพนางกฤตยาที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของนางกฤตยากล่าวว่า ทางครอบครัวรู้สึกเสียใจ และไม่คาดฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้

"ญาติไม่ได้ติดใจอะไร เนื่องจากทราบว่านายเรโด้มีอาการป่วยและเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องคดีขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ" นางนวลพรรณ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากญาติและคนสนิทที่เดินทางมาร่วมรดน้ำศพนางกฤติยาแล้ว ยังมีดาราและพิธีกรชื่อดังอย่าง นายจอห์นนี่แอนโฟเน่ และนายปฏิญญา วิบูลย์นันท์ มาร่วมพิธีด้วย จากนั้นญาติได้นำศพไปที่วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร ศาลา 14 (สีห์โสภณ) โดยจะสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 9 วัน ส่วนศพของนายเรโด้อยู่ระหว่างประสานญาติที่สวิตเซอร์แลนด์รับกลับไปประกอบพิธีตามหลักศาสนาต่อไป

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงหัวค่ำ วันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา เมื่อตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตในห้องพักคอนโดมิเนียมหรูซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 โดยทั้งสองเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม.กระบอกเดียวกัน

สอบสวนแม่บ้านที่ดูแลห้องดังกล่าวในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ออกไปปั่นจักรยานออกกำลังกายและกลับมารับประทานอาหารตามปกติ โดยแม่บ้านรีดผ้าอยู่อีกห้องหนึ่ง ระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เมื่อออกมาดูก็พบทั้งคู่เสียชีวิต ทั้งนี้ไม่เคยทราบว่าทั้งคู่มีเรื่องราวขัดแย้งกันมาก่อน ปกติเป็นคนมีอุปนิสัยใจดีทั้งคู่ สำหรับปืนที่พบภายในห้องพัก และปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของฝ่ายหญิงซึ่งชอบยิงปืน