หอการค้าจี้คสช.เร่งดับไฟใต้

หอการค้าจี้คสช.เร่งดับไฟใต้

หอการค้ายะลา-ททท.ประสานเสียงเรียกร้อง คสช.เร่งดับไฟใต้เป็นรูปธรรม หลังคนร้ายคาร์บอมบ์กลางเบตง

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่หน้าโรงแรมฮอลิเดย์ฮิลล์ เขตเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.) ว่า เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัมบรรจุภายในถังแก๊สจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ แต่ยังไม่แน่ชัดว่า เป็นการตั้งเวลา หรือเป็นการโทรเข้า จากนั้นได้ถูกนำมาบรรจุอยู่ภายในรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บค.8594 เบตง (ทะเบียนปลอม)

ทั้งนี้ในตัวรถที่ใช้ทำคาร์บอมบ์เจ้าหน้าที่ยังพบที่ซากรถ บริเวณห้องเครื่องยังมีวงจรอิเลคทรอนิกส์แปลกปลอมอีก คาดว่าเป็นวงจรจุดระเบิดอีกวงจร โดยสอดคล้องกับการสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์พบว่า เกิดระเบิดดังขึ้นก่อน 1 ครั้งที่บริเวณหน้ารถคาร์บอมบ์คันดังกล่าว แต่เสียงไม่ดังมาก และไม่ได้ทำให้รถได้รับความเสียหาย มีแต่ทำให้ไฟหน้ารถทั้งคู่หลุดออกมา หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที จึงได้เกิดระเบิดคาร์บอมบ์ขึ้น

สำหรับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บ 44 ราย หนึ่งในนั้นคือ ด.ญ.อัสมะ ดูบี อายุ 7 ปี ล่าสุดปลอดภัยแล้ว หลังแพทย์ได้ช่วยเหลือทำการผ่าตัดนานกว่า 4 ชม.เพื่อนำเศษสะเก็ดระเบิดที่อยู่บริเวณท้ายทอย คอ และทรวงอก ออก

ขโมยที่ปัตตานีมาทำคาร์บอมบ์

จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพบว่า การก่อเหตุของคนร้ายได้นำรถยนต์กระบะที่โจรกรรมมาจากพื้นที่ ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา มาประกอบระเบิดแล้วใส่ป้ายทะเบียนปลอม เป็นป้ายเบตง เพื่ออำพรางไม่ให้เจ้าหน้าที่สงสัย แล้วคนร้ายจึงนำรถเข้ามาในตัวเมืองเบตง ใช้เส้นทางหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่โดยเข้าทาง กม.17 มาออกสามแยกปากบาง ตรงมาทางพื้นที่ ต.ยะรม ซึ่งสามารถเข้ามาในตัวเมืองได้อีกเส้นทาง ซึ่งจะมีการตรวจของเจ้าหน้าที่เข้มงวดน้อยกว่าเส้นทางเข้าเมืองเส้นทางหลัก

หลังจากนำรถเข้ามาในตัวเมืองได้แล้ว คนร้ายทั้งจึงนำรถเข้ามาจอดที่หน้าโรงแรมฮอลิเดย์ฮิลล์ แทนที่รถตู้ของคนร้ายอีกชุดที่มาจอดจองที่ไว้ หลังจากจอดแล้ว คนร้ายสองคนจึงรถจากรถยนต์กระบะ ทำทีเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ แล้วจึงเดินออกมาขึ้นรถตู้ของคนร้ายอีกชุด โดยใช้เส้นออกไปจากตัวเมืองเบตง โดยใช้เส้นทาง ต.ยะรม เส้นทางเดิม

เจ้าหน้าที่เชื่อใช้ระเบิดเล็กล่อคนมามุง

ระเบิดคาร์บอมบ์ที่คนร้ายวางไว้นั้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่า กรณีวงจรระเบิดที่อยู่หน้ารถเป็นวงจรขนาดเล็ก เพื่อทำให้เกิดเสียงดังดึงดูดความสนใจจากผู้คนในระแวงหน้าโรงแรม เพื่อเข้าไปดูหรือแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ ต่อมาอีกประมาณ 10 นาที จึงได้เกิดระเบิดขึ้น โดยหวังจะให้เกิดความสูญเสียเจ้าหน้าที่และประชาชน

คนร้ายทิ้งรถตู้-พบจอดริมถนนที่ธารโต

ด้านรถตู้โดยสารที่คนร้ายนำไปจอดล็อกพื้นที่ให้รถกระบะคาร์บอมบ์นั้น เจ้าหน้าที่พบเบาะแสภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ว่า คนร้ายนำรถมาจอดหน้าโรงแรมเมื่อเวลาประมาณ 16.40 น.วันศุกร์ที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นรถตู้โดยสารสีขาว ทะเบียนป้ายเหลือง 10-1019

ต่อมาหลังก่อเหตุพบรถถูกนำไปจอดทิ้งไว้ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 (ยะลา-เบตง) บริเวณพื้นที่รอยต่อ อ.ธารโต กับ อ.เบตง (ออกจากเบตงมาไม่ไกล) สอบสวนพยานผู้เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่า มีวัยรุ่น 3-4 คนขับรถมาจอดทิ้งไว้ แล้วหลบหนีไป

รถตู้คันดังกล่าวเป็นรถตู้โดยสารสาย ยะลา-ดอนยาง-หาดใหญ่ หมายเลขทะเบียน 10-1019 เลขข้างรถ 83 เพิ่งมีเจ้าทุกข์เข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายปล้นไปในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 06.30 น. เหตุเกิดที่บ้านบาโจ หมู่ 2 ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา โดยคนร้ายจับคนขับรถตู้มัดมือมัดเท้า ปล่อยทิ้งไว้ข้างทาง ก่อนจะนำรถไปปฏิบัติการที่ อ.เบตง

เอ็ม79ถล่มตร.ชุดไล่ล่าแก๊งปล้นรถตู้

ต่อมาเวลาประมาณ 22.05 น. วันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผู้กำกับการ สภ.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชุดสืบสวนสอบสวน สภ.ลำใหม่ ว่า ขณะเข้าไปสืบสวนติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการปล้นรถตู้โดยสารซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุคาร์บอมบ์ที่ อ.เบตง นั้น ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงถล่มใส่ และเกิดการปะทะกับกลุ่มคนร้ายที่บ้านบาโจ หมู่ 2 ต.ยะลา อ.เมืองยะลา ห่างจากสามแยกบ้านเนียง หมู่ 3 ต.เปาะเส้ง อ.เมืองยะลา ประมาณ 800 เมตร

หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.พัชรพล ได้นำกำลังตำรวจ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปสนับสนุน ปรากฏว่าคนร้ายได้ยิงเอ็ม 79 อีก 1 ลูก และได้เกิดการยิงปะทะกันอีกระลอก หลังเสียงปืนสงบ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ นายซัมรี สากี อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ 3 ต.ยะหา อ.ยะหา จ.ยะลา ถูกสะเก็ดระเบิดเอ็ม 79 ขณะเดินออกจากมัสยิดใกล้จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

ผู้ว่ายะลาข้องใจคาร์บอมบ์เข้าเบตงจุดใด

นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สามฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ และอาสารักษาดินแดน (อส.) ร่วมบูรณาการคลี่คลายสถานการณ์ที่ อ.เบตง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด และให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

“ผมจะเดินทางลงพื้นที่ในวันเสาร์ที่ 26 ก.ค.เพื่อตรวจที่เกิดเหตุและร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี โดยเฉพาะพยานหลักฐานต่างๆ จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพราะนึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุคาร์บอมบ์ในพื้นที่ อ.เบตง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายได้ร่วมกันป้องกันเหตุร้ายจนประสบความสำเร็จมาตลอด จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า รถคาร์บอมบ์ผ่านเข้าไปใน อ.เบตง ได้อย่างไร เพราะตลอดเส้นทางมีจุดตรวจจุดสกัดหลายจุด” นายเดชรัฐ กล่าว

ผวามาเลย์แห่ยกเลิกห้องพักช่วงรายอ

สำหรับ อ.เบตง เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียข้ามฝั่งมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งในช่วงตรุษอิฎิลฟิตตรี หรือเทศกาลฮารีรายอของพี่น้องมุสลิมหลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอนในต้นสัปดาห์หน้า ปรากฏว่านักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจองห้องพักเต็มหมดแล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุรุนแรงขึ้นกลางเมือง ก็ต้องติดตามดูว่าจะมีการยกเลิกห้องพักประมาณกี่เปอร์เซ็นต์

หอการค้าร้องคสช.แก้ไฟใต้จริงจัง

นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา กล่าวว่า ไม่ว่าเป้าหมายของคนร้ายจะต้องการสร้างสถานการณ์หรือตั้งใจทำลายระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่สิ่งที่กระทำนั้นเป็นพฤติกรรมที่ต้องร่วมกันประณามที่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์

นายณพพงศ์ ยังเรียกร้องไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ช่วยคืนความสุขให้ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

"ผมเชื่อว่าวันนี้ คสช.มีข้อมูลอยู่ในมือเพื่อประเมินไฟใต้ 10 ปีมากพอที่จะตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมได้แล้ว" นายณพพงศ์ กล่าว

เขากล่าวว่า อยากให้คสช.ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปแบบใหม่และมีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่มีความหวังมากกว่าที่ผ่านมา

หาดใหญ่ผวาสั่งคุมเข้มหวั่นซ้ำรอย

ด้าน พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา (ผบก.ภ.จว.สงขลา) ได้สั่งการให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ในระดับสูงสุด ตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงสุดท้ายของเดือนรอมฎอนและเทศกาลฮารีรายอ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซียที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงนี้เป็นจำนวนมาก

บึ้มรือเสาะ-ทหารเจ็บ2

คืนวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุคาร์บอมบ์เบตงยังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารขณะลาดตระเวนเดินเท้า ใกล้กับโรงเรียนลูโบะปูโละ ท้องที่หมู่ 3 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ ส.อ.วิชัย สุขกำเนิด กับ พลทหารศักดิ์สิทธิ์ แต่งศรี

ลอบยิงอิหม่ามเจ็บสาหัสที่ปัตตานี

ต่อมาวานนี้ (26 ก.ค.) ที่ จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ปัญญาวัฒน์ เพชรชุม ผกก.สภ.ปะนาเระ นำกำลังไปตรวจสอบที่มัสยิดนูรุดดีน บ้านตลากอปาตอ หมู่ 6 บ้านบ่ออิฐ ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ หลังจากเกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนสั้นขนาด 11 มม. ยิงนายวันอาลี สาและ อายุ 62 ปี อิหม่ามมัสยิดนูรุดดีน 6 นัดได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวน