เศรษฐีจีนครองความมั่งคั่งกว่า1ใน3

เศรษฐีจีนครองความมั่งคั่งกว่า1ใน3

รายงานวิชาการในจีนชี้ ครอบครัวมหาเศรษฐี 1% บนยอดพีระมิด ครองความร่ำรวยมากกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ

เว็บไซต์พีเพิล เดลี่ อ้างรายงานวิชาการมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างมหาศาลในจีนว่า ปัจจุบัน ครอบครัวร่ำรวยที่สุดในแดนคอมมิวนิสต์แห่งนี้ ครอบครองความมั่งคั่งของประเทศมากกว่า 1 ใน 3 ขณะที่ครอบครัวในฐานล่าง 25% เป็นเจ้าของความร่ำรวยในประเทศไม่ถึง 1 ใน 100 หรือแค่ 1% ตามสถิติในปี 2555

รายงาน ระบุว่า ช่องว่างรายได้ในเมืองและชนบท ยังเป็นเหตุผลหลักของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมในจีน

รายงานชิ้นนี้ ยังเผยค่าสัมประสิทธิ์การกระจายรายได้ ที่ใช้เป็นตัวชี้วัดความไม่เท่าเทียม โดยกำหนดค่าตั้งแต่ 0 หมายถึงการกระจายรายได้สมบูรณ์ และเพิ่มค่าเหลื่อมล้ำจนถึง 1 ที่หมายถึงไม่เท่าเทียมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งจากสถิติของรัฐบาลจีน อ้างว่า ค่าสัมประสิทธิ์การกระจายรายได้ ในปี 2555 อยู่ที่ 0.47 ซึ่งใกล้เคียงกับในสหรัฐ ที่มีดัชนีวัดความเหลื่อมล้ำที่ 0.56 เมื่อปี 2552 แต่รายงานของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ให้ตัวเลขที่ 0.73 แต่ไม่ชัดเจนว่า กลุ่มทางสังคมที่ใช้ในการวิเคราะห์ในรายงานฉบับนี้ แตกต่างจากกลุ่มที่ถูกสำรวจของทางการหรือไม่

ความเหลื่อมล้ำ เป็นปัญหาที่สร้างความวิตกอย่างมากแก่พรรคคอมมิวนิสต์จีน เนื่องจากเป็นต้นเหตุที่จุดชนวนความโกรธแค้นต่อทางการ ที่อาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางสังคม และคุกคามอำนาจพรรคได้ในที่สุด

ทั้งนี้ นับจากเข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เผยวิสัยทัศน์ ที่กลายเป็นวลีที่จดจำว่า "ไชนีส ดรีม" เพื่อส่งเสริมความเป็นเอกภาพ การฟื้นพลัง และความภาคภูมิใจในชาติ