ยาแก้โรคนอนไม่หลับของลี กา-ชิง

ยาแก้โรคนอนไม่หลับของลี กา-ชิง

เศรษฐีรวยอันดับ1ของเอเซีย"ลี กา-ชิง"เผยนอนไม่หลับเพราะกังวลปัญหาเศรษฐกิจ และประชาชนหมดศรัทธาต่อรัฐบาลจีน

ประเด็นการมีอำนาจปกครองตนเองของฮ่องกง เปรียบเหมือนคลื่นใต้น้ำ และกระแสประท้วง เริ่มมาตั้งแต่ก่อนส่งมอบเกาะแห่งนี้ คืนสู่อ้อมอกจีนแผ่นดินใหญ่ในปี 2540 แต่กระแสประท้วงเริ่มกลับมาแรงขึ้นอีกครั้ง และดูท่าว่าจะเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

แม้แต่มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของเอเชีย อย่าง "ลี กา-ชิง" ซึ่งปัจจุบัน อายุ 85 ปีแล้ว ยังอดลุกขึ้นมาแสดงความเห็นเชิงกดดันรัฐบาลปักกิ่งกลายๆไม่ได้ ในโอกาสกล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง ที่เขาได้บริจาคเงินจำนวนกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือ ราว 2.5 หมื่นล้านบาท ผ่านมูลนิธิส่วนตัว ด้วยการเรียกร้องให้รัฐบาลจีน ทบทวนนโยบายเสียใหม่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่หลากหลายและเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่จีนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

ลี บอกว่า เขานอนไม่หลับทั้งคืน เพราะกังวัลเกี่ยวกับปัญหาช่องว่างทางเศรษฐกิจ และการสูญเสียความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลจีน และหากไม่ได้ระบายออก เขาคงนอนไม่หลับแบบทุกคืน ลี มองว่า ความเชื่อมั่นหรือศรัทธส ที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลจีน จะทำให้ทุกคนในประเทศนี้ อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข

ในทางกลับกัน หากรัฐบาล ทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยในความสามารถและความยุติธรรม ประเทศย่อมตกอยู่ในภาวะที่รัฐบาลไม่พึงประสงค์ ความเหลื่อมล้ำและการตัดงบด้านสวัสดิการสังคม จะยิ่งถ่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจ และทำให้ปกครองประเทศได้ไม่ราบรื่น

มหาเศรษฐีลี ยังพูดถึงเรื่องการศึกษาว่า เทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ จะเพิ่มทางเลือกให้แก่ภาวะขาดแคลนทรัพยากร รัฐบาลต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และควรใช้ยาแรงๆเพื่อปฏิรูประบบการศึกษา ซึ่งถ้าหากเพิกเฉยต่อปัญหานี้ ก็หมายความว่า ได้ก่ออาชญากรรมต่ออนาคตของชาติแล้ว

การออกมาแสดงความเห็นดังกล่าว เกิดขึ้นพร้อมกับการทำประชามติอย่างไม่เป็นทางการของชาวฮ่องกง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจีน อนุญาตให้เลือกตั้งได้อย่างเสรีในปี 2560 โดยให้มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ แทนการส่งตัวแทนให้ชาวฮ่องกงเลือก และการจัดทำประชามติครั้งนี้ จัดขึ้นเพียงไม่กี่วัน ก่อนการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบการส่งคืนเกาะฮ่องกงแก่จีนแผ่นดินจีน ในวันที่ 1 กรกฎาคม

ก่อนหน้านี้ มีความห่วงใยจาก "บิ๊กโฟร์" สี่บริษัทจัดทำบัญชียักษ์ใหญ่ของโลกว่า การประท้วงใหญ่ อาจส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจฮ่องกง

ขณะที่ ลี กา-ชิง กลับย้ำว่า ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลจีนที่ตกต่ำลงเรื่อยๆต่างหาก ที่จะเป็นตัวทำลายสังคมให้แตกสลายต่อหน้าต่อตา

กลุ่มผู้ประท้วงที่เรียกตัวเองว่า "อ็อคคิวพายเซ็นทรัล วิธ เลิฟ แอนด์ พีซ" หรือ โอซีแอลพี อ้างว่า มีผู้เข้ามาลงประชามติแล้วเกือบ 800,000 คน เกินจำนวนที่คาดไว้ที่ 300,000 คน

นักศึกษาวัย 21 ปี นายหยาน เอ้าหยาง ให้ความเห็นว่า การลงประชามติครั้งนี้ ไม่มีผลในทางกฎหมาย แต่เชื่อว่าจะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมไปยังทางรัฐบาลฮ่องกง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลจีน ว่าชาวฮ่องกง ต้องการเลือกผู้ปกครองเกาะด้วยตัวเอง

ด้านนายลี กา-ชิง กล่าวว่า เมื่อตีระฆังแห่งความจริงจนเสียงกังวานไปทั่วแล้ว ทุกคนจะรับรู้ได้ว่า วันนี้คือวันที่เฝ้ารอ การอุทิศตัว และความรับผิดชอบต่ออนาคตของฮ่องกง เป็นยาแก้อาการนอนไม่หลับที่ดีที่สุดของเขา